กองทุนน้ำมันโอดแบกหนี้แสนล้าน อุ้มดีเซล 11 บาทชี้ราคาจริง 46 บาท/ลิตร

โอดกองทุนน้ำมันติดลบแสนล. แย้มเสนอผ่อนคลายการอุดหนุนราคาพลังงานเหลือ 1 ใน 3 จากคนละครึ่ง แต่ยังเน้นช่วยกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ยังมีหวังเจรจาขอกู้เงินชัดเจนกลางเดือนก.ค.นี้

29 มิ.ย. 2565 – รายงานข่าวจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่าจากการติดตามสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่มีความยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานตลาดโลกรวมถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคงถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนแนวทางการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศให้มีความเหมาะสมมากขึ้น จากปัจจุบันที่รัฐบาลมีนโยบายให้อุดหนุนราคาเหลือครึ่งหนึ่ง เพื่อตรึงราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร จากก่อนหน้านี้ให้กองทุนอุดหนุน 100% เพื่อตรึงไว้ไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร

ทั้งนี้ รัฐบาลคงต้องหาเงินมาช่วยสนับสนุนกองทุน เพราะยอมรับว่าจากนี้ไปสถานะของกองทุนจะติดลบต่อเนื่องตราบใดที่รัฐบาลยังมีนโยบายอุดหนุนราคาพลังงาน ทั้งที่ยังไม่มีเงินจากแหล่งไหนเข้ามาเสริมสภาพคล่อง ขณะที่กองทุนได้ทยอยผ่อนคลายการอุดหนุนมาเป็นระยะๆ แต่ยังคงมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง และควรเน้นความช่วยเหลือให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างพ่อค้าแม่ค้า ผู้มีรายได้ และอุตสาหกรรมภาคขนส่งที่มีผลต่อราคาสินค้าให้สามารถซื้อเชื้อเพลิงได้ในราคาถูกกว่าในตลาด

“ในระยะต่อไปอาจต้องมีการทบทวนมาตรการให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ราคาพลังงานตลาดโลกที่ผันผวนสูงให้มากขึ้น แต่ไม่ถึงกับการปล่อยลอยตัว เพราะจะกลายเป็นการสร้างปัญหาหนักเกินไป เช่น อาจปรับลดการอุดหนุนเหลือ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ของราคาเชื้อเพลิงได้หรือไม่ จากปัจจุบันอุดหนุนอยู่ครึ่งหนึ่ง ส่วนประชาชนที่มีกำลังซื้อสูงกว่ารัฐอาจช่วยเหลือในเรื่องการให้ส่วนลดผ่านโครงการต่างๆ เช่น ชิมช้อปใช้ หรือเที่ยวด้วยกัน ต่อไปเป็นต้น”รายงานข่าวระบุ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันกองทุนมีสถานะติดลบ 1.02 แสนล้านบาท โดยกองทุนอุดหนุนราคาดีเซล 11.07 บาท/ลิตร ไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร ครึ่งหนึ่งของราคาจริงควรจะอยู่ที่ 46.01 บาท/ลิตร ซึ่งถือเป็นการอุดหนุนในอัตราที่ลดลงจากก่อนหน้านี้ 12-13 บาท/ลิตร คิดเป็นเงินไหลออกจากกองทุนวันละประมาณ 700 ล้านบาท หรือเดือนละประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ก็ได้ปรับขึ้นกิโลกรัม(ก.ก.) ละ 1 บาททุกเดือน ทำให้กองทุนอุดหนุนแอลพีจีวันละ 47 ล้านบาท หรือเดือนละประมาณ 1,400 ล้านบาท

โดยกองทุนยังติดตามและประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากข้อมูลจริงวันนี้ราคาดีเซลมีโอกาสปรับขึ้นไปอยู่ที่ 36 บาท/ลิตรได้ แต่กองทุนก็เข้าใจดี จึงต้องช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งอยากให้เน้นเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้ได้มากที่สุด แต่จะมีการปรับเพดานอุดหนุนหรือราคาขายปลีกหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ เพราะผู้ค้าน้ำมันอาจมีการกักตุนน้ำมันหากทราบว่าจะมีการปรับราคาขึ้นหรือลงล่วงหน้า เพราะฉะนั้นต้องประเมินสถานการณ์กันวันต่อวัน

สำหรับความคืบหน้าการหาเงินมาเสริมสภาพคล่องของกองทุน เพื่ออุดหนุนราคาพลังงานว่าขณะนี้แนวทางต่างๆ อยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งในส่วนของการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินนั้น ได้พูดคุยถึงข้อห่วงใยต่างๆ จนสามารถบรรลุข้อตกลงทุกอย่างได้ลงตัวหมดแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้ หรือประมาณกลางเดือนก.ค. โดยกองทุนยังยืนยันขอกู้ที่วงเงิน 20,000 ล้านบาท ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพราะกองทุนยังมีเงินที่ฝากไว้กับกระทรวงการคลังและธนาคารกว่า 3,300 ล้านบาท และเงินที่ต้องชำระผู้ค้ามาตรา 7 หมุนเวียนใช้อีกวันละประมาณ 79.50 ล้านบาท โดยที่กองทุนไม่ได้ผิดนัดค้างชำระแต่อย่างใด

ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการนำกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นมาเสริมสภาพคล่องกองทุนนั้น สำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) อยู่ระหว่างดำเนินการเจรจา อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน อัตราเงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบการพิจารณาดำเนินมาตรการดูแลราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งนายสุพัฒน์ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง