
30 มิ.ย. 2565 – นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) หรือ SME Sentiment Index: SMESI ประจำเดือนพ.ค.2565 พบว่าค่าดัชนี SMESI ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 49.5 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 50.5 ปัจจัยสำคัญมาจากกำลังซื้อชะลอตัวลง ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้องค์ประกอบในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะคำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิต/การค้า/การบริการ ต้นทุน และกำไร ปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 51.6 ลดลงจาก 52.1
“แม้ว่าในเดือน พ.ค. ทั้งค่าดัชนีปัจจุบันและคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง แต่เนื่องจากค่าดัชนีในปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าฐานและค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในระดับเกินค่าฐาน 50 สะท้อนได้ว่าผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมันในการดำเนินธุรกิจ ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ผู้บริโภคลดความกังวล และมีแนวโน้มสัญญาณที่ดีในการออกไปทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น”นายวีระพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายภาคธุรกิจ พบว่า ส่วนใหญ่ค่าดัชนีปรับตัวลดลง ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้าและภาคการบริการ มีเพียงภาคการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผลจากเริ่มมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงการเตรียมฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือปัจจัยการผลิตภาคการเกษตรและปศุสัตว์ เช่น ปุ๋ย เคมี ยาและอาหารสัตว์ ฯลฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนในการดำเนินกิจการได้
นอกจากนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 2,718 ราย จาก 25 สาขาธุรกิจ ในพื้นที่ 6 ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 19-27 พ.ค.2565 เกี่ยวกับปัญหาในการดำเนินงาน และการปรับตัวของผู้ประกอบการในสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า ปัญหาหลักของผู้ประกอบการ คือด้านต้นทุน คิดเป็น 41% รองลงมาคือ ด้านกำลังซื้อผู้บริโภค คิดเป็น 39.2% ด้านคู่แข่งขัน 13.1% ด้านหนี้สินกิจการ 2.4% และด้านแรงงาน ทั้งค่าแรงที่สูงขึ้นและขาดแรงงานที่มีทักษะ 19%
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังคงต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านต้นทุน เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคอันเนื่องมาจากการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับด้านคู่แข่งขัน โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ และการทำการตลาด เช่น การจัดโปรโมชั่น โปรโมทร้านผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงปัญหาหนี้สินและปัญหาด้านแรงงาน ซึ่งแนวทางที่ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ เช่น การควบคุมราคาสินค้า/วัตถุดิบ ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการวางแผนจัดการต้นทุนธุรกิจ การขยายเวลามาตรการพักชำระหนี้ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสว. เผยดัชนี SME ก.ค. 69 แตะ 50.8 เหนือค่าฐานในรอบ 5 เดือน
สสว. เผยดัชนี SME ก.ค. 69 แตะ 50.8 เหนือค่าฐานในรอบ 5 เดือน จับมือกรมบัญชีกลางปรับเกณฑ์ THAI SME GP ใหม่ 3 ด้าน ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้ มุ่งดันสิทธิประโยชน์ถึง SME ตัวจริง
สสว.ร่อนเอกสารยันโครงการช่วย SME โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
สสว.ร่อนเอกสารแจงข้อเท็จจริงกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน โครงการ e-Commerce และ Live-Commerce เพื่อ SME ไทย ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน 'OSS & SMEs Grow Together Fair 2026' ต้องเก็บตกให้ครบ!
📌 เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน “OSS & SMEs Grow Together Fair 2026” ต้องเก็บตกให้ครบ! ✨
รัฐเปิดแอปฯ รวบรวมร้านสตรีทฟู้ด ชี้ช่องให้ค้นหาข้อมูลเพื่อไปใช้บริการ
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับสตรีทฟู้ดไทย เปิดตัวแอป “Thai Street Gold Star” ครั้งแรกของประเทศ หนุน SMEs เข้าถึงนักท่องเที่ยว
'สสว.'เดินหน้าหนุน SME ปลดล็อกไทยสู่การเติบโตยั่งยืน
สสว. เดินหน้าหนุน SME ไทย จัดงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” เวทีต่อยอดธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมออกเดินทางสัญจร 4 ภูมิภาค
โค้งสุดท้าย! พลาดแล้วจะเสียดาย กับงาน “OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026” @อุดรธานี
ใครยังไม่มา รีบพุ่งตัวมาด่วนๆ บอกเลยว่าวันสุดท้ายแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าเตรียมจัดโปรโมชันล้างสต็อก "นาทีทอง" ลด แลก แจก แถม กันแบบจุกๆ แน่นอน!

