สสว.ร่อนเอกสารแจงข้อเท็จจริงกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน โครงการ e-Commerce และ Live-Commerce เพื่อ SME ไทย ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
4 ส.ค.2569- เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน โครงการ e-Commerce และ Live-Commerce โดยระบุว่าตามที่ปรากฏข่าวกรณีตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการผ่านพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานใน "โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce" และ "โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย" นั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สื่อมวลชนและสาธารณชน ดังนี้
1.กระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน:ทั้งสองโครงการ เป็นโครงการเชิงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องเร่งขับเคลื่อนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้ทันต่อสถานการณ์การแข่งขัน สสว. จึงเลือกใช้วิธีคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานตามมาตรา 34(2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับโครงการลักษณะนี้ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน
ทั้งนี้ สสว. ไม่ได้เลือกวิธีดำเนินงานโดยคำนึงถึงความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งกรอบกฎหมาย ลักษณะของโครงการ และวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานร่วมกัน สิ่งสำคัญคือ แม้จะใช้วิธีที่แตกต่างจาก e-bidding ของกรมบัญชีกลาง จะใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุหรือบริการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ แต่ทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับ สสว. นอกจากนี้ระเบียบการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานดังกล่าวยังใช้กับอีกหลายโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ มาอย่างต่อเนื่อง
2.หลักเกณฑ์การให้คะแนนและการตัดสิน:“โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce” รวมถึง “โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย” มีเกณฑ์การประเมินและให้คะแนนที่ชัดเจนตามประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาได้ใช้กรอบเกณฑ์เดียวกันที่ประกาศแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอรับทราบล่วงหน้า โดยพิจารณาจากศักยภาพ ความพร้อม เอกสารหลักฐาน และการนำเสนอที่สอดคล้องกับข้อกำหนด (TOR) เป็นสำคัญ ทั้งนี้ กรรมการแต่ละท่านประเมินคะแนนอย่างเป็นอิสระตามความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ โดยไม่มีการชี้นำหรือกำหนดคะแนนไว้ล่วงหน้า และสรุปผลการคัดเลือกด้วยมติประชุมแบบฉันทามติอย่างโปร่งใส
3.คณะกรรมการพิจารณา:เพื่อประกันความเป็นกลางและความโปร่งใส สสว. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาที่ครอบคลุม 3 ส่วน ประกอบด้วย
-บุคลากรภายนอก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญอิสระซึ่งมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
-บุคลากรภายใน สสว. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่ ฝ่ายต้นเรื่องผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายติดตามและประเมินผล
-บุคลากรภายใน สสว. ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ รองผู้อำนวยการซึ่งไม่ได้กำกับโครงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการซึ่งไม่ได้ดูแลกำกับโครงการ
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการคัดเลือกหน่วยร่วมฯ และสอดคล้องกับงบประมาณ สสว. ได้ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และหลักจริยธรรมของทางราชการ หากกรรมการรายใดมีส่วนได้เสียหรือมีเหตุที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางในการพิจารณา จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กระบวนการคัดเลือกยังดำเนินการโดยคณะกรรมการหลายฝ่าย มีการบันทึกการประชุม และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
4.กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก:สสว. ขอยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมหรือการข่มขู่บุคลากรของมหาวิทยาลัยหรือบุคคลใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง เนื่องจาก สสว. ดำเนินงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตามกรอบสัญญาทางราชการเท่านั้น อีกทั้งกระบวนการพิจารณาคัดเลือกจัดขึ้นในระบบปิด มีบันทึกการประชุมและหลักฐานอย่างชัดเจน จึงไม่มีช่องทางให้บุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคณะกรรมการได้
และ5.กระบวนการยื่นอุทธรณ์:สสว. เคารพในสิทธิของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย โดยกำหนดให้สามารถยื่นหนังสืออุทธรณ์ผลการพิจารณาได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล ซึ่ง สสว. จะนำข้ออุทธรณ์ทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร สสว. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมายให้เป็นข้อยุติโดยเร็ว
สสว. ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือและเข้าชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานทั้งหมดต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรหลักที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ให้แก่ SME ไทยอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน 'OSS & SMEs Grow Together Fair 2026' ต้องเก็บตกให้ครบ!
📌 เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน “OSS & SMEs Grow Together Fair 2026” ต้องเก็บตกให้ครบ! ✨
รัฐเปิดแอปฯ รวบรวมร้านสตรีทฟู้ด ชี้ช่องให้ค้นหาข้อมูลเพื่อไปใช้บริการ
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับสตรีทฟู้ดไทย เปิดตัวแอป “Thai Street Gold Star” ครั้งแรกของประเทศ หนุน SMEs เข้าถึงนักท่องเที่ยว
'สสว.'เดินหน้าหนุน SME ปลดล็อกไทยสู่การเติบโตยั่งยืน
สสว. เดินหน้าหนุน SME ไทย จัดงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” เวทีต่อยอดธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมออกเดินทางสัญจร 4 ภูมิภาค
โค้งสุดท้าย! พลาดแล้วจะเสียดาย กับงาน “OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026” @อุดรธานี
ใครยังไม่มา รีบพุ่งตัวมาด่วนๆ บอกเลยว่าวันสุดท้ายแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าเตรียมจัดโปรโมชันล้างสต็อก "นาทีทอง" ลด แลก แจก แถม กันแบบจุกๆ แน่นอน!
สสว.ชวนร่วมงาน 'OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026' ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ รวมสุดยอดเอสเอ็มอีภาคเหนือกว่า 60 ร้านค้า ช้อปครบ จบในที่เดียว พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เตรียมจัดงานมหกรรม "OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026" ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "สร้างโอกาสและเติบโตไปกับ OSS" ระหว่างวันที่ 15 - 17 พฤษภาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในภาคเหนือ โดยรวบรวมสุดยอดสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการกว่า 60 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สสว. ประกาศความสำเร็จงาน 'OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026' ภาคกลาง กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาท พร้อมส่งไม้ต่อบุกนครสวรรค์ 15-17 พ.ค.นี้
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับงาน “OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026 มหกรรมยกระดับ SMEs ไทย เติบโตอย่างยั่งยืนไปกับ OSS” ครั้งที่ 1 ภาคกลาง ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

