'ธอส.' ช่วยเหลือลูกค้าน้ำท่วมชูลดค่างวดหั่นดอกเบี้ย พักชำระหนี้

ธอส. ประกาศ 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบ “พายุดีเปรสชั่นโนรู” ลดเงินงวด 50% ลดดอกเบี้ย พักชำระหนี้ ปลอดหนี้บางส่วน จ่ายสินไหมเร่งด่วน!! 

3 ต.ค. 2565 – นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า หลังจากประเทศไทยต้องประสบกับ “พายุดีเปรสชั่นโนรู” ที่ส่งผลให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สร้างผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพของประชาชน ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยการจัดทำ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ปี 2565” (กรอบวงเงินรวม 1,000 ล้านบาท) โดยพิจารณาตามระดับความเสียหาย ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่อยู่ระหว่างการใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว(MRR -0.50%,MRR -1.00% หรือ MRR เป็นต้น) กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถขอลดเงินงวด 50% จากเงินงวดที่ชำระปกติ และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน 

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้ากู้ใหม่ หรือลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย วงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน  คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3% ต่อปี นาน 1 ปี ปีที่ 2 – 3 อัตราดอกเบี้ย MRR –3.15% ต่อปี(ปัจจุบันเท่ากับ 3% ต่อปี) และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR -1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR – 0.50% ต่อปี พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมในรายการที่เกี่ยวข้องให้ทั้งหมด ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้ทุกกรณีหลังจากนิติกรรมแล้วในรายการที่เกี่ยวข้อง  

มาตรการที่ 3 ลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4 ลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้นทั้งหมด) จากนั้นเดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกค้ากลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 5 ลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระโดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 6 ลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 7 พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ รวมถึงกรณีน้ำท่วม หรือ ลมพายุ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันยื่นเอกสารแจ้งความเสียหาย จ่ายตามความ เสียหายจริงตามภาพถ่าย รวมทุกภัยธรรมชาติไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี และสำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์

เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงจากหลักฐานภาพถ่าย แต่ไม่เกินภัยละ 30,000 บาทต่อปี

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการตามมาตรการที่ 1-6 สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565 และมาตรการที่ 7 ติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“‘สุชาติ’ ขานรับนโยบายนายกฯ ‘อนุทิน’ นำประชุมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก สั่ง 8 จังหวัดเตรียมพร้อมทุกมิติ”

วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

'รมว.สุชาติ' สั่งด่วนกรมป่าไม้ ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงราย พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมป่าไม้ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงราย

7 ชุมชนริมน้ำกก เตรียมรับมืออุทกภัย ร่วมซ้อมระบบเตือนภัยด้วยเสาวัดน้ำระดับน้ำ

7 ชุมชนริมน้ำกกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-จัดประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเสาวัดระดับน้ำ-ชุมชนร่วมกันตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต-นักวิชาการ มูลนิธิพชภ.เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนข้อมูล

นายกฯ โพสต์ภาพประชุมทีมงานมหาดไทย ระบุติดตามคืบหน้าปม 'สอบท้องถิ่น' และแผนรับมืออุทกภัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพนั่งประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า “ประชุมติดตามความคืบหน้าของเรื่องการสอบท้องถิ่น

‘ธอส.’เผยปล่อยกู้ใหม่พุ่งเฉียดแสนล้าน มั่นใจสิ้นปีฉลุย/ปักธงปั๊มยอดอาชีพอิสระ

‘ธอส.’ เผยปล่อยกู้ใหม่พุ่งเฉียดแสนล้าน ชี้อานิสงส์ภาคอสังหาฯ Q1 ฟื้นตัว ช่วยหนุนผลงานปี 69 ฉลุยตามเป้าหมายที่ 2.46 แสนล้านบาท ปักธงปั๊มยอดปล่อยกู้กลุ่มอาชีพอิสระ ดึง Credit Scoring ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมปั้นแผนระยะยาว 5 ปี เดินเครื่องหนุนคนไทยมีบ้าน เตรียมออกมาตรการแก้ปัญหาอุปทานล้นตลาด