
ปตท.มองราคาน้ำมันผันผวน ปีหน้าคาด 85-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากเดิมคาดอยู่ที่ 90-100 เหรียญฯ พร้อมชู 3P เดินหน้าสู่พลังงานสะอาด
18 ต.ค. 2565 – นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาพลังงานปี 2566 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบปีหน้าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 85-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก(โอเปก) พยายามลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ความต้องการน้อยลง ราคาจึงลดลงในเวลาเดียวกัน จึงจะเห็นได้ว่าทั้งสองปัจจัยส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้น/ลงผันผวน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ปตท.ยืนยันมีแผนสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
นอกจากนี้ ปตท.ยังให้ความร่วมมือกระทรวงพลังงานในการแก้ปัญหาวิกฤตราคาพลังงาน โดยบูรณการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดปริมาณนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) เนื่องจากมีราคาสูง แต่เชื่อว่าราคาแอลเอ็นจีคงไม่ได้แพงตลอดไป ขณะเดียวกัน ปตท.ยังมีแผนเพิ่มกำลังการพลังงานทดแทน 7,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2569 จากปีนี้มีกำลังผลิตประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ส่วนความคืบหน้าศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีแผนเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ และคาดว่าโรงงานจะเเล้วเสร็จและสามารถเปิดดำเนินการได้ในปี 2567
นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่าปตท. มีแผนดำเนินธุรกิจ 3 แนวทางหลัก (3P) ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการให้ได้สูงสุด ผ่านโครงการสำคัญ (Pursuit of Lower Emissions) เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ในพื้นที่บริเวณทะเลอ่าวไทย และพื้นที่บนฝั่งในภาคตะวันออก , การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาดและเติบโตในธุรกิจใหม่ๆ (Portfolio Transformation) ภายใน 10 ปี ที่ 32% ของงบประมาณการลงทุน คาดสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 50% และการเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศด้วยวิธีทางธรรมชาติ(Partnership with Nature and Society)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณบวกราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง 4%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปรับตัวลงแรงในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงกว่า 4%
“เอกนิติ” เปิด 3 เครื่องมือพยุงราคาน้ำมัน หากต้องลดภาษีเล็ง E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำดูแลค่าครองชีพควบคู่วินัยการคลัง ไม่สร้างวิกฤตซ้ำ
วันนี้ (21 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอให้นำวงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือจากมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง มาใช้ดูแลราคาน้ำมันผ่านการลดภาษีสรรพสามิตว่า รัฐบาลมีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการราคาพลังงานหลายทาง
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด
น้ำมันพุ่งไม่หยุดกบน.ปรับราคาน้ำมันขึ้นทุกชนิดอีก 0.85 บาท
สงครามตะวันออกกลาง ทำน้ำมันพุ่งไม่หยุด กบน.แบกไม่ไหว ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาทต่อลิตร มีผล 15 ก.ย.69
เจาะลึก ‘การค้าเสรี’ เครื่องยนต์สำคัญต่อศักยภาพของเศรษฐกิจและพลังงานไทยจะไปรอดหรือร่วง
หากเรามองการค้าเสรีผ่านเลนส์ของเศรษฐกิจและพลังงานโลก การค้าเสรีเปรียบเสมือน 'เหรียญสองด้าน' ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศว่า

