
26 ต.ค. 2565 – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน ก.ย.2565 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง มีมูลค่า 24,919.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.8% ขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 19 คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 888,371.1 ล้านบาท ส่วนยอดรวม 9 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 221,366.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 7,523,817.4 ล้านบาท ส่วนการนำเข้าส.ค.2565 มีมูลค่า 25,772.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.6% ขาดดุลการค้า 853.2 ล้านเหรียญสหรัฐ รวม 9 เดือน นำเข้ามูลค่า 236,351.0 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.7% ขาดดุลการค้า 14,984.9 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการส่งออก เนื่องจากโลกกำลังกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และใช้ชีวิตในภาวะปกติ หลังการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การส่งออกอาหารในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรม เช่น อัญมณี เครื่องประดับ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้สำหรับการเดินทาง และเครื่องสำอาง ส่งออกได้ดีขึ้น ภาวการณ์ขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การส่งออกรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์สามารถกลับมาผลิตได้ และการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่คาดว่าปีนี้จะทำได้เกินเป้าที่กำหนดไว้ เดิม 7 ล้านตัน
ทั้งนี้ การส่งออกในเดือนก.ย.2565 สินค้าเกษตร เพิ่ม 2.7% สินค้าสำคัญที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้น เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 82.9% ผลไม้แช่แข็งและผลไม้แห้ง เพิ่ม 31.5% ทุเรียนแช่แข็ง เพิ่ม 56.2% ลำไยและลำไยแห้ง เพิ่ม 8.1% ข้าว เพิ่ม 2.7% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.8% สินค้าที่ขยายตัวได้ดี เช่น ไอศกรีม เพิ่ม 43.2% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 19.8% น้ำตาลทราย เพิ่ม 16.3% อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 13.4% และสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 9.4% สินค้าที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 115.7% อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่ม 89.6% เครื่องใช้สำหรับเดินทาง เพิ่ม 77.2% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เพิ่ม 49.2% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เพิ่ม 23.4% รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 8.4%
ส่วนตลาดส่งออกที่ขยายตัว 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 70% 2.สหราชอาณาจักร เพิ่ม 51.5% 3.ซาอุดิอาระเบีย เพิ่ม 36.7% 4.CLMV เพิ่ม 26.3% 5.สหรัฐฯ เพิ่ม 26.2% 6.สหภาพยุโรป เพิ่ม 18.0% 7.ทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 15.5% 8.แคนาดา เพิ่ม 10.6% 9.อาเซียน (5) เพิ่ม 9.0% และ 10.ลาตินอเมริกา เพิ่ม 6.3%
ด้านการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา เดือนก.ย.2565 การส่ออกมีมูลค่า 57,017 ล้านบาท เพิ่ม 7.2% และยอดรวม 9 เดือน มูลค่า 489,940 ล้านบาท เพิ่ม 19.3% โดยปัจจัยที่ทำให้การส่งออกชายแดนเพิ่มขึ้นมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้แข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่งทำได้ดีขึ้น ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไทยไปเมียนมาและสปป.ลาวมีมูลค่าสูงขึ้น ส่วนการส่งออกผ่านแดนไปจีน เวียดนาม และสิงคโปร์ มีมูลค่า 34,036 ล้านบาท ลดลง 22.9% รวม 9 เดือน มูลค่า 283,962 ล้านบาท ลดลง 23% เพราะไทยหันไปส่งออกทางเรือมากขึ้น การส่งออกไปทางบกจึงลดลง
นายจุรินทร์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี และการส่งออกยังจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป และหลังจากประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าการส่งออกทั้งปีจะทำได้เกินไปกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4% โดยน่าจะเกินกว่าเป้าไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว หรือประมาณ 8%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่งออกอัญมณีฯเดือนมี.ค.พุ่ง 106.25% ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มี.ค.69 ไม่รวมทองคำ 2,150.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 106.25% หลังได้แรงส่งจากความต้องการของหลายตลาด ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ยังคงลดลง ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% คาดแนวโน้มชะลอตัว หลังมีสัญญาณชัด ทั้งปัญหาตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไม่โต บาทแข็ง
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ เช็ก 'ไทยช่วยไทย' ขายของถูก
นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ 'ไทยช่วยไทย X Local Low Cost' ดันสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%

