
“แบงก์ชาติ” ขยายเวลาลงทะเบียนแก้หนี้ต่ออีก 2 เดือน เป็นสิ้นสุด 31 ม.ค.2566 พร้อมเพิ่มหนี้บ้าน-ธุรกิจไม่เกิน 10 ล้าน ผ่อนไม่ไหวเกิน 1 เดือนร่วมได้
16 พ.ย. 2565 – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ตามที่กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้ร่วมกันจัดมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับค่างวดให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกหนี้สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ในที่เดียวแต่เจรจากับเจ้าหนี้ทั้งหลายได้ในช่วงเวลาของงานมหกรรม โดยยอดลงทะเบียนสะสมตั้งแต่ 26 ก.ย.-14 พ.ย.2565 จำนวน 308,454 รายการ จำนวนลูกหนี้ 134,698 คน
ทั้งนี้ เป็นลูกหนี้ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 37% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18% ภาคกลาง 12% และภาคอื่น ๆ 33% ของลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด ประเภทสินเชื่อที่มีการลงทะเบียนสูงสุด คือ บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 77% เช่าซื้อรถยนต์7% และจำนำทะเบียนรถ 4%
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ครอบคลุมและต่อเนื่องมากขึ้น ธปท. ได้หารือกับผู้ประกอบธุรกิจ จึงเพิ่มความช่วยเหลือให้กับลูกหนี้ ใน 2 เรื่อง คือ
1.เพิ่มประเภทสินเชื่อในงานมหกรรมฯ ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 31 วันขึ้นไป ก่อนวันที่ 31 ต.ค.2565 ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 31 วันขึ้นไปก่อนวันที่ 31 ต.ค.2565
2. ขยายระยะเวลาลงทะเบียนจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.2565 เพื่อขยายโอกาสให้ลูกหนี้ที่ลงทะเบียนไม่ทันภายในระยะเวลามหกรรมเดิม พร้อมทั้งเป็นช่องทางให้กับลูกหนี้ที่เข้ามาในงานมหกรรมสัญจรต่างจังหวัดสามารถแก้ไขหนี้กับผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่ไม่ได้ร่วมงานสัญจร นอกจากนี้ ยังช่วยรองรับลูกหนี้ที่ต้องการแก้หนี้ 2 ประเภทที่เพิ่มขึ้นด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
เตะตัดขา กู้4 แสนล้าน พรรคส้มยังแทงกั๊ก จับมือ ปชป. พลิกแฟ้มคดี ศาลรธน.ชี้พ.ร.ก.โมฆะ
ลูกแอ็กชันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติให้ สส.ของพรรคร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบ

