ขนส่งเผย 'แท็กซี่' เข้าปรับจูนมิเตอร์ราคาใหม่เฉียด 10,000 คัน

Photo by Jack TAYLOR / AFP

กรมการขนส่งฯ เผย 16-21 ม.ค.66 แท็กซี่เข้าปรับจูนมิเตอร์รับราคาใหม่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์แล้วกว่า 9,969 คัน เตือนให้มาปรับจูนถึง 28 ก.พ.66 เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

24 ม.ค. 2566 – นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมมือกับ 4 บริษัทเอกชน ได้แก่ บริษัท เพาเวอร์เมติค จำกัด (ยี่ห้อ Printax, ROYAL), บริษัท ซันไทมิเตอร์ จำกัด (ยี่ห้อมิเตอร์ 3TM), บริษัท จีพีเอสไทยสตาร์ จำกัด (ยี่ห้อ G-TAX) และบริษัท ทีเอชที โปรเกรส จำกัด (ยี่ห้อ PROFITTO) ในการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ในการปรับจูนมิเตอร์ตามอัตราค่าโดยสารใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ตั้งแต่วันที่ 16-21 มกราคม 2566 นั้นพบว่ามียอดผู้ขับรถแท็กซี่ที่นำมิเตอร์มาปรับจูน ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) จำนวน 9,969 คันแล้ว โดย บริษัท เพาเวอร์เมติค จำกัด (ยี่ห้อ Printax, ROYAL) ให้บริการปรับจูนจำนวน 2,516 คัน, บริษัท ซันไทมิเตอร์ จำกัด (ยี่ห้อมิเตอร์ 3TM) ให้บริการปรับจูนจำนวน 5,147 คัน, บริษัท จีพีเอสไทยสตาร์ จำกัด (ยี่ห้อ G-TAX) ให้บริการปรับจูนจำนวน 1,532 คัน และบริษัท ทีเอชที โปรเกรส จำกัด (ยี่ห้อ PROFITTO) ให้บริการปรับจูนจำนวน 774 คัน

โดยผู้ขับรถแท็กซี่ที่ใช้มิเตอร์ของ 4 บริษัทดังกล่าวยังสามารถนำมิเตอร์มาปรับจูนได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566 ในวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. สำหรับขั้นตอนในการนำมิเตอร์มาปรับจูน ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ให้ผู้ขับรถแท็กซี่นำมิเตอร์พร้อมสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ หลังจากนั้นให้มารับบัตรคิวตรงบริเวณประตูทางเข้าหมายเลข 2 และเมื่อทำการปรับจูนมิเตอร์แล้ว จะมีอัตราค่าปรับจูนมิเตอร์จากบริษัทมิเตอร์อยู่ที่ 300-350 บาท และเจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบมิเตอร์ หากการปรับจูนมิเตอร์ถูกต้องตามประกาศของกระทรวงคมนาคม จะทำการซีลตะกั่วที่ตัวมิเตอร์เพื่อรับรองความถูกต้อง

ส่วนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ใช้มิเตอร์จากบริษัทอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 บริษัทดังกล่าว หรือกรณีแท็กซี่ของสหกรณ์หรือกลุ่มนิติบุคคลที่มีจำนวนมากสามารถรวมกลุ่มกันไปดำเนินการกับบริษัทที่ปรับจูนมิเตอร์ที่มีให้บริการกว่า 10 บริษัท และนำมิเตอร์ที่ปรับจูนแล้วมารับรองความถูกต้องที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ส่วนตรวจสภาพรถ งานตรวจสภาพรถรับจ้างและรถอื่น อาคาร 4 โดยตั้งแต่วันที่ 16-21 มกราคม 2566 ยอดการปรับจูนมิเตอร์กับบริษัทอื่นๆ และนำมิเตอร์มารับรองความถูกต้องที่กรมการขนส่งทางบกแล้วจำนวน 995 คัน

ทั้งนี้หลังจากที่แท็กซี่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่ครั้งนี้คาดว่าจะทำให้คนขับรถแท็กซี่มีรายได้เพิ่มประมาณ 180 บาทต่อคันต่อวัน และขอเน้นย้ำให้ผู้ขับรถแท็กซี่ต้องพัฒนาคุณภาพในการให้บริการประชาชน ไม่ปฏิเสธผู้โดยสารหรือไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้ใช้บริการในการเก็บค่าโดยสารเกินจากมิเตอร์ รวมถึงให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกอย่างเคร่งครัดด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สรรเพชญ‘ถกเอกชนลุยอัปเกรดท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ

’สรรเพชญ‘หารือสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ เร่งยกระดับท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ ลุยแก้ปัญหากฎหมายขนส่งถ่ายลำ ตู้สินค้าตกค้าง และสางปมรถติดหน้าท่าเรือ ส่งไทยสู่ท่าเรือมาตรฐานโลกฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

แท็กซี่ไทยเก็บเงินสดกว่า 3 แสน ส่งคืนนักท่องเที่ยว

แท็กซี่ไทยเก็บเงินสด กว่า 3 แสน ประสาน สวพ.FM91 ส่งคืนนักท่องเที่ยวชาวศรีลังกาครบทุกบาท รับจากสนามบินสุวรรณภูมิส่งย่านสีลม เจ้าตัวขอบคุณได้ทรัพย์สินคืนพร้อมมอบสินน้ำใจ

‘สิริพงศ์’เร่งเครื่องอุ้ม 7 กลุ่มขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร-ลดผลกระทบน้ำมันแพง

“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

“พิพัฒน์” สั่งสอบด่วนปมสินบน โยง 3 กรมใหญ่ “เจ้าท่า-ทางหลวง-ขนส่ง” มีชื่อเอี่ยว

“พิพัฒน์ ” สั่งปลัดคมนาคมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังผลสำรวจภาคเอกชนชี้ 3 หน่วยงานสังกัดคมนาคมติดโผมูลค่าสินบนสูง ย้ำหากพบมีมูลตั้งกรรมการสอบทันที ด้าน “สรรเพชญ-สิริพงศ์” เร่งอุดช่องโหว่ ดันระบบออนไลน์ ตัดวงจรเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกร้าว พบโกงไล่ออกสถานเดียว

’การบินไทย‘โชว์กำไรไตรมาส1/69 แตะ 1 หมื่นล้าน

‘การบินไทย‘ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/ 69 มีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท ขนส่งผู้โดยสารกว่า 4.18 ล้านคน ด้วยฝูงบิน 80 ลำ ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เงินสดรวมกว่า 1.32 แสนล้านบาท