‘จุรินทร์’ แจ้งข่าวดีชาวนารัฐบาลมีเงินจ่ายประกันรายได้ข้าวแล้ว

“จุรินทร์”แจ้งข่าวดีชาวนา ครม.เตรียมเคาะเพิ่มเพดานการก่อหนี้จาก 30% เป็น 35% อังคารหน้า ทำให้มีเงินมาจ่ายชดเชยส่วนต่างในโครงการประกันรายได้ข้าวที่ค้างอยู่และต่อไปจนครบ 33 งวด ยัน “พาณิชย์”จะเดินหน้าผลักดันราคา เพื่อลดภาระงบประมาณ และเดินหน้าลดต้นทุนให้ชาวนาต่อเนื่อง ทั้งดูแลราคาปุ๋ย เมล็ดพันธุ์

25 พ.ย. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการพบปะสมาชิกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เพื่อประชุมหารือเรื่องปัจจัยการผลิตและติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่ชุมชนหมู่ 6 ก้าวหน้า แขวงคลอง 12 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรื่องมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายที่ตนมีความตั้งใจเช่นเดียวกับรัฐบาล ในการช่วยชาวนา วันนี้มีการหารือกันเรื่องประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้แจ้งให้ทราบว่านโยบายประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวปี 3 จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว สำหรับข้าวมีการจ่ายเงินส่วนต่างทั้งหมด 33 งวด จ่ายแล้ว 2 งวด ส่วนงวดที่ 3-33 กำลังรอการขยายเพดานวินัยการคลังจากไม่เกิน 30% เพิ่มขึ้นเป็น 35% คาดว่าอังคารหน้าจะมีการพิจารณา จะช่วยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้โดยเร็วต่อไป

“สัปดาห์หน้า จะมีข่าวดี คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะได้เคาะเกี่ยวกับงบประมาณดูแลเกษตรกรเพิ่มเติม หลังจากได้จ่ายส่วนต่างไป 2 งวด และงวด 3 บางส่วน และเมื่อเพดานด้านการเงินการคลัง ตามมาตรา 28 เพิ่มขึ้น รัฐบาลจะมีเงินมาใช้ดูแลชาวนาตามโครงการประกันรายได้ปี 3 ที่กำลังเดินหน้าได้”

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณ กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้น โดยตั้งแต่เข้ามาดูแล เคยทำราคาข้าวเปลือกแตะตันละ 10,000 บาท เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงนี้ไม่ปกติ ราคาจริงลงมา ราคาข้าวแห้ง วันนี้เกวียนละ 8,000 บาทแล้ว ไม่ใช่ 5,000 บาท อย่างที่พยายามพูดว่าซื้อมาม่าได้ซองเดียว ไม่เป็นความจริง ส่วนพืชเกษตรตัวอื่น ราคาดีทุกตัว ยางก้อนถ้วย สูงกว่ารายได้ที่ประกัน มันสำปะหลังตอนนี้กิโลกรัมละ 2.60-2.80 บาท ปาล์มน้ำมันประกันที่กิโลกรัมละ 4 บาท ตอนนี้ 8-9 บาทแล้ว และข้าวโพดประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท แต่ราคาตลาด 9-10 บาท 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการลดต้นทุนให้กับชาวนา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการในเรื่องปุ๋ย โดยทำแล้ว 2 ส่วน คือ 1.การจัดโครงการปุ๋ยราคาถูกจำหน่ายให้กับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน จัดปุ๋ยราคาพิเศษเตรียมไว้ 4,500,000 กระสอบ ขายไปแล้ว 2,000,000 กว่ากระสอบ โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มกันไปขอซื้อที่สหกรณ์จังหวัด สหกรณ์อำเภอ เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยขอให้เร่งช่วยกันซื้อเพราะราคาจะถูกกว่าท้องตลาด 20 -50 บาทต่อกระสอบ และ 2.ได้ลงนามถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงบประมาณโดยตรงในการของบกลางให้มีเงินมาช่วยชดเชยปุ๋ยให้ลดราคาลงมา ซึ่งจะช่วยให้นอกจากกลุ่มเกษตรกรแล้ว เกษตรกรทั่วไปสามารถซื้อในท้องตลาดได้ โดยจะช่วยกดราคาปุ๋ยในท้องตลาดประมาณกระสอบละ 50 บาท

ส่วนเรื่องเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเกษตรกรต้องการเมล็ดพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะข้าวพันธุ์พื้นนุ่ม ได้บรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ข้าวไทยที่บังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2563-67 มีเป้าหมายเพิ่มข้าวพันธุ์ใหม่ 12 พันธุ์ ใน 5 ปี ประกอบด้วย พันธุ์พื้นแข็ง 4 พันธุ์ พื้นนุ่ม 4 พันธุ์ ข้าวหอม 2 พันธุ์ ข้าวโภชนาการสูง 2 พันธุ์ คาดว่าสำหรับปีนี้จะมีข้าวพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 พันธุ์ และจะขึ้นทะเบียนเป็นข้าวพันธุ์ใหม่ต่อไป และที่เกษตรกรอยากเพิ่มข้าวเป็นข้าวมูลค่าสูง ต้องการเน้นการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขณะนี้มีข้าว GI มีอยู่ถึง 18 รายการ จากสินค้า GI ทั้งหมด 152 ราย ซึ่งจะสนับสนุนต่อไป หากพื้นที่ไหนสามารถปรับปรุงเป็น GI ได้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะให้การสนับสนุน

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ชาวนาพอใจโครงการประกันรายได้มาก ในภาวะที่ข้าวราคาตก ก็มีการชดเชยส่วนต่าง และไม่มีการทุจริต เงินที่ออกจากรัฐบาลยิงตรงเข้าเกษตรกรโดยตรง ขณะเดียวกัน ก็มีมาตรการเสริมเพื่อยกระดับราคาข้าว

นายธีรสินทร์ ธนชวโรจน์ เลขาธิการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า โครงการประกันรายได้ดำเนินการมาถึงปีที่ 3 แล้ว แม้จะมีติดขัดบ้าง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้ และต้องของคุณนายจุรินทร์ ที่ได้เดินหน้าผลักดันราคาข้าว และผลักดันมาตรการคู่ขนานที่จะช่วยดึงราคาให้สูงขึ้น รวมทั้งมีมาตรการดูแลต้นทุนให้กับชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564 ได้มีมติให้ขยายสัดส่วนเพดานการก่อหนี้ตามมาตรา 28 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ จากเดิม 30% เป็น 35% เป็นระยะเวลาชั่วคราว 1 ปี ทำให้มีวงเงินในการก่อหนี้เพิ่มเติมได้อีกประมาณ 1.55 แสนล้านบาท จากเดิมที่มีกรอบการก่อหนี้ของภาครัฐประมาณ 9 แสนล้านบาท แต่เหลือวงเงินที่สามารถก่อหนี้ได้อีกเพียง 5,300 ล้านบาท จึงต้องขยายเพดานก่อหนี้ ทำให้มีวงเงินเข้ามาสนับสนุนโครงการประกันรายได้ และยังได้เตรียมแนวทางการขอใช้งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน 2565 ในการสนับสนุนโครงการประกันรายได้บางส่วน หากมีความจำเป็น เพื่อไม่ให้การจ่ายชดเชยต้องหยุดชะงัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.ดันบริษัทลูกเข้าถือหุ้นบริษัทผลิตยาไต้หวัน

ปตท.ฟุ้งอินโนบิก เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น โลตัส ฟาร์มาซูติคอล บริษัทผลิตตยาไต้หวัน พร้อมดึงความร่วมมือต่างประเทศ บุกตลาดยาขนาดใหญ่ระดับโลก พร้อมเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยามาตรฐานสากลให้แก่คนไทย

บินไทยปลื้มยอดสั่งอาหารบนเครื่องโตต่อเนื่อง

ครัวการบินไทย ปลื้มมียอดการผลิตอาหารขึ้นเครื่องเพิ่มขึ้นโตต่อเนื่อง ด้านสายการบินไทยสมายล์เพิ่มขึ้น 388% หลังรัฐบาลประกาศนโยบายเปิดประเทศ พร้อมรังสรรค์เมนูให้ทุกแอร์ไลน์

กนอ. จับมือ กัลฟ์ และ พีอีเอ เอ็นคอม ศึกษาตั้งธุรกิจไฟฟ้าพื้นที่นิคมฯ สมุทรสาคร

กนอ. จับมือ กัลฟ์ และ พีอีเอ เอ็นคอม ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ธุรกิจไฟฟ้าพื้นที่นิคมฯ สมุทรสาคร พร้อมจับมือ GPSC – TTM ลงนามศึกษาโรงไฟฟ้าป้อนนิคมฯ ภาคใต้ เล็งใช้ก๊าซฯ-พลังงานหมุนเวียน สร้างความมั่นคงภาคการผลิต

ดีเดย์ 30 พ.ย.นี้ ETDA ชวนลุ้นทีมใดจะคว้าสุดยอดนวัตกรรม e-Office ยกระดับธุรกิจ SMEs ไทย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เตรียมจัดงาน Hackathon: Finding the Best Enabler รอบชิงชนะเลิศ ชวนทุกคนร่วมลุ้น จาก Service Provider 10 ทีมสุดท้าย ทีมใดจะคว้าสุดยอดนวัตกรรม โซลูชัน ด้าน e-Office

'พาณิชย์' ลุยจัดจานด่วนราคาถูกในตลาด-ห้างฯกว่า 16,518 ร้านค้า หวังลดค่าครองชีพในโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 15 ยันสิ้นปีนี้

พร้อมเสิร์ฟทั่วประเทศ!”จุรินทร์”จัดจานด่วน ราคาถูก ในตลาด 30-35 บาท ห้าง 35-40 บาท กว่า 16,518 ร้านค้า เพื่อลดค่าครองชีพในโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 15 ยันสิ้นปีนี้