จับตานโยบายรัฐบาลใหม่ 'ธปท.' คาด GDP โต 3.6%

“ธปท.” ตั้งท่ารอดูนโยบายรัฐบาลใหม่ ยันพร้อมเดินหน้าประสานนโยบายการเงินการคลัง แจงความจำเป็นขึ้นดอกเบี้ย เหตุเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น คาดปีนี้โต 3.6% ถึงเวลาต้องถอนคันเร่ง

13 เม.ย. 2566 – นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคการเมืองหลายพรรคใช้นโยบายหาเสียงประชานิยม ว่า จะต้องไปดูในแต่ละนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งหากเพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในอนาคต นโยบายการเงินและการคลัง ก็คงต้องมีการประสานนโยบายกันในระดับหนึ่งต่อไป จากช่วงโควิด-19 ที่เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลัง แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแรงส่งที่ดี จึงเป็นเหตุผลให้ภาคการเงินค่อย ๆ ถอนคันเร่ง เช่นเดียวกับภาคการคลัง

สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรอบล่าสุดนั้น คณะกรรมการ กนง. ยังมองเห็นถึงความจำเป็น เพราะยังเห็นพัฒนาการของอัตราเงินเฟ้อในภาพใหญ่ แม้จะยังมีการปรับลดลง แต่ก็ยังไม่ได้ลดลงถึงจุดที่จะสบายใจได้ และเมื่อมาดูองค์ประกอบของอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน ก็ยังมีแนวโน้มที่อยู่ในระดับสูงอยู่ และปีนี้ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28 ล้านคน จะยิ่งเป็นการกระตุ้น ดังนั้น กนง. จำเป็นจะต้องชั่งน้ำหนัก ดูความเสี่ยงถึงสิ่งที่จะต้องดูแลในตอนนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำอะไรที่แรงขึ้นในอนาคต

“ถามว่าจุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ตรงไหน ต้องบอกว่า กนง. ไม่ได้ปักหมุดชัดเจน แต่มีการพิจารณาดูแนวโน้มในปัจจุบัน คาดการณ์ในอนาคต เมื่อข้อมูลใหม่เข้ามา ก็มีการอัปเดท เพื่อให้สะท้อนนโยบายการเงินว่ายังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่หรือไม่ หลักการคือต้องรักษาความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ส่วนที่ว่าดอกเบี้ยแท้จริงควรเป็นเท่าไหร่ คงต้องขึ้นอยู่กับบริบทของเศรษฐกิจด้วย เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นราว 3-4% ก็ไม่ควรเห็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ” นายปิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ธปท.ได้ชี้แจงในการประชุม Monetary Policy Forum 1/2023 ต่อนักวิเคราะห์ ว่า ที่ประชุม กนง. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2566 โต 3.6% ปี 2567 ที่ 3.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลง และเริ่มกลับเข้าสู่เป้าหมายไตรมาส 2/2566 โดยปีนี้อยู่ที่ 2.9% และปี 2567 อยู่ที่ 2.4% แต่เงินเฟ้อยังคงมีความเสี่ยงด้านสูง ขณะที่ส่งออกอาจจะไม่ได้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นภาคอุตฯดิ่ง หวังไทยช่วยไทยพลัสกระตุ้น GDP

ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%

กกร.ขยับเป้าจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2%

กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2569 สู่ 1.6-2% จาก 1.2-1.6% หวังอานิสงส์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นใช้จ่าย คาดส่งออกโต 8-10% เงินเฟ้อเพิ่มเป็น 2.5-3%

นักวิชาการชง ธปท. อุด 2 ช่องโหว่ Virtual Bank สกัดหนี้เสีย-บัญชีม้า

​นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชง “ธปท.” เร่งออก 2 มาตรการ คุม “Virtual Bank” หลังจ่อเปิดบริการครั้งแรกปี 69 นี้ ระบุ “ต้องกำหนดสัดส่วนปล่อยกู้สร้างอาชีพ 20%” ป้องกันให้สินเชื่อเอื้อบริโภคเยอะเกินจนหนี้เสียพุ่ง อีกส่วนคือ “ผ่

กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม

กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน