
'จตุพร' กระชากหน้าเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น ชี้ปฐมบททุจริตเริ่มก่อตัวปี 62 ออกแบบตั้งองค์พวก 'ก.กลาง' รวบอำนาจทำ รมต.เป็นฝ่ายเสียงข้างน้อย กระตุ้น ปปช.รื้อตรวจสอบตั้งแต่ปี 62 จับกุมลงโทษให้เข็ดหลาบ
7 ส.ค.2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ควรรื้อตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2562 พร้อมกระชากเครือข่ายคนโกงมาลงโทษ ซึ่งจะเกิดการเข็ดหลาบและในอนาคตไม่กล้าโกงกันอีก
อย่างไรก็ตาม การทุจริตสอบรับราชการท้องถิ่นที่ใหญ่สุดของประเทศไทยในครั้งนี้ มีปฐมบทมาจากปี 2562 โดย คสช. มีคำสั่งเปลี่ยนจากให้ท้องถิ่นสอบกันเอง ถ้ามีการทุจริตก็ฟ้องท้องถิ่นนั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา
จากนั้นตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมา คำสั่ง คสช.เปลี่ยนมาให้ส่วนกลางจัดสอบทั้งหมดทั้งภาค ก, ข, และ ค การโกงสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้นขณะนี้ ดังนั้น ปปช.และ ตำรวจสอบสวนกลาง ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบการจัดสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา เพราะตัวละครต่างๆ ล้วนมีหน้าตาเป็นตัวเดียวกันหมด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าขบวนการทุจริตได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในปี 2566 เป็นต้นมา รมต.มหาดไทยและ รมช.บางคนพยายามเสนอให้แก้ไขการสอบท้องถิ่นใหม่ โดยภาค ก.ให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) จัดสอบ ส่วนภาค ข.และ ค.ให้ท้องถิ่นจัดสอบ แต่ปรากฎว่าคณะกรรมการที่มี ก.นำหน้า ไม่ว่า ก กลาง, กจ. หรือ กสถ. คัดค้าน โดยให้ยึดคำสั่งของ คสช.ตามเดิม
อีกอย่างแต่เดิมนั้น มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับสิทธิ์จัดสอบท้องถิ่น และมีเงื่อนไขทีโออาร์ ระบุผู้จัดสอบต้องรับผิดชอบถ้ามีการทุจริตขึ้น แต่แล้วมีขบวนการจัดการใหม่จนได้ มศว.มาจัดการสอบท้องถิ่นแทนที่มหาวิทยาลัยบูรพา
สิ่งสำคัญ ยังมีการเปลี่ยนแปลงประกาศผลสอบแต่เดิมกำหนดภายใน 1 เดือน พร้อมขนกระดาษคำตอบมาไว้ส่วนกลาง มาเป็นประกาศผลสอบภายใน 48 ชม. ขณะที่กระดาษคำตอบที่ตรวจแล้วให้นำมาไว้ที่อาคารความมั่นคง
“จะเห็นช่องว่างการแก้ไขกระดาษคำตอบตามทีโออาร์เดิมที่ประกาศผลสอบ 1 เดือนนั้นทำให้ขบวนการทุจริตแก้ไขผลการสอบได้ง่ายดายอย่างยิ่ง แต่คราวนี้มีเวลาน้อยเพราะต้องประกาศผลสอบภายใน 48 ชม. จึงเกิดต่างคนต่างแก้ไขผลสอบแบบเละเทะที่สุด จึงตรวจพบการแก้คะแนนได้ถึง 5,925 คน”
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ผลสอบสวนชุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ระบุมีผู้เข้าข่ายทุจริตมากกว่า 100 คนและยังเพิ่มตัวเลขจำนวนรับราชการมากกว่าที่ขออนุมัติจัดสอบไว้ ดังนั้น รูปแบบการจัดสอบแบบมีคณะกรรมการกลางทั้งหลายที่มีอำนาจเหนือกว่า รมต.มหาดไทย จึงทำให้รัฐมนตรีกลายเป็นเสียงข้างน้อยในการปฏิบัติทันที
“ขบวนการทุจริตการสอบยังมีเครือข่ายกว้างขวาง โดยเป็นอดีตผู้สมัคร สส. เป็นนายกฯ ส่วนท้องถิ่น และพวกลูกๆ ขับรถหรูชนิดที่คนคิดว่า เอาหรูแบบนี้มาขับได้อย่างไร บางคนสร้างบ้านเกินศักยภาพตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้อื้ออึงกันมาทั้งหมด และท้ายสุดหลังจากมีการซื้อขายแล้วจึงมีคนได้และไม่ได้ เพราะขาย (ตำแหน่งราชการ) มากกว่าคนที่จะได้ โดยเร่ขายยิ่งกว่าขายของในตลาดเสียอีก”
นายจตุพร ฝากไปยัง ปปช.ว่า ควรลากการตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2562 และการไปจับกุมที่แหล่งแก้ไขกระดาษคำตอบที่บ้านบางบัวทอง นนทบุรี นั้น น่าจะมีหลักฐานถอยไปได้ถึงปี 2562 ซึ่งจะเป็นโอกาสดีของ ปปช.ที่จะฟื้นความศรัทธาของประชาชน เพราะการทุจริตสอบครั้งนี้มโหฬารมาก
สิ่งสำคัญ คนจ่ายเงินซื้อตำแหน่งราชการล้วนเป็นคนยากจน และคนทุจริตยังเป็นการทำบาปกับชาติบ้านเมือง และผู้อ่านหนังสือมาสอบโดยสุจริต ถ้าจับขบวนการทุจริตครั้งนี้ไม่ได้ การสอบครั้งหน้าก็ต้องโกงกันอีก ดังนั้น การจับโกงสอบท้องถิ่นถือว่า สร้างกุศลให้ชาติบ้านเมือง และควรรื้อการจัดการทั้งหมดโดยไล่ตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2562
“ปปช.และตำรวจสอบสวนกลางควรทำคดีโกงสอบท้องถิ่นให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้พวกทุจริตคอร์รัปชั่นในเรื่องอนาคตของชาติ ถ้าทำจนเข็ดหลาบ คนก็ไม่คิดจะโกง และไม่มีใครกล้าจ่ายเงินให้ไปโกงผลสอบ ถ้าทำแบบไม่มีความต่อเนื่องก็เหมือนถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกเอาเงิน ดังนั้นจุดชี้ขาดปราบโกงจึงอยู่ที่ ปปช.”
ส่วนการฮั้ว สว.นั้น นายจตุพร เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำข้อมูลทุกส่วนเสนอศาลฎีกาวินิจฉัยให้หมด พร้อมนำโพยต่างๆ มาตรวจสอบโดยเสมอภาคกัน เอากฎหมาย และระบียบมาพิจารณาตามเนื้อผ้า
"เหนืออื่นใด กกต.ควรทำงานให้คนสิ้นสงสัยทุกกรณีไม่เว้นกรณีใดกรณีหนึ่ง ทั้งหมดทั้งปวงนั้นต้องยึดหลัก มีมาตรฐาน โดยไม่มีข้อยกเว้น ควรทำแบบเสมอภาคไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ตาม อย่าดูหน้า อย่าดูสีให้ดูพฤติการณ์จากการกระทำเสมอ"นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน
'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น
'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง
กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด
กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด
'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว
'จตุพร' ฟันธง ตั้งแต่ 14 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว
'จตุพร' ลั่นโกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ประชาชน ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

