
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ติดตามราคาสินค้าเกษตร-สินค้าอุปโภคบริโภค กำชับกระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ ควบคุมต้นทุนราคาสินค้าเกษตรและสินค้าจำเป็นอย่างใกล้ชิด
24 เม.ย.2566-นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค สัปดาห์ที่ 4 เดือน มี.ค. 66 เปรียบเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า พบสินค้าสำคัญมีทั้งราคาปรับเพิ่มขึ้นและลดลงตามกลไกตลาด พร้อมรับทราบการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การค้าหลังสงกรานต์ของกรมการค้าภายใน พบว่าราคาสินค้ายังทรงตัว โดยนายกฯ กำชับกระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ให้มีการควบคุมต้นทุนราคาสินค้าเกษตรและสินค้าจำเป็น ทั้งผักสด เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่อย่างใกล้ชิด
นายอนุชากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานสรุปสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภครายสัปดาห์ ประจำสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน มี.ค. 66 ซึ่งมีสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มี.ค. 66 โดยสินค้าสำคัญที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1. ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ตันละ 11,500 – 12,200 บาท เป็น ตันละ 11,500 – 12,400 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ตันละ 9,700 – 10,000 บาท เป็น ตันละ 9,700 – 10,100 บาท เนื่องจากผู้ประกอบการมีความต้องการรับซื้อข้าวเพื่อแปรสภาพและส่งมอบให้กับคู่ค้า จึงเสนอราคารับซื้อสูงขึ้น 2. มันสำปะหลัง (หัวมันสดเชื้อแป้ง 25%) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก กก.ละ 3.45 บาท เป็น กก.ละ 3.48 บาท เนื่องจากผลผลิตในพื้นที่ออกสู่ตลาดลดลง ผู้ประกอบการจึงปรับราคารับซื้อสูงขึ้น 3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (โรงงานอาหารสัตว์ ชนิดเมล็ดความชื้น 14.5%) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก กก. ละ 12.38 บาท เป็น กก.ละ 12.53 บาท เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ผู้ประกอบการจึงปรับราคารับซื้อสูงขึ้นเพื่อเก็บสต็อก 4. ไข่ไก่ ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ฟองละ 3.80 – 4.00 บาท เป็น ฟองละ 4.00 – 4.20 บาท ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง จากความร่วมมือของผู้ประกอบการปลดไก่ตามช่วงอายุของกรมปศุสัตว์ เพื่อลดปริมาณไข่ไก่สะสมในระบบ รวมทั้งต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 5. พริกขี้หนูจินดา ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก กก.ละ 60 – 80 บาท เป็น กก.ละ 70 – 90 บาท เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต
ด้านสินค้าสำคัญที่มีราคาลดลง ได้แก่ 1. ผลปาล์มน้ำมัน (น้ำมัน 18%) ราคาปรับตัวลดลงจาก กก.ละ 5.50 – 6.20 บาท เป็น กก.ละ 5.00 – 5.90 บาท เนื่องจากภาวะการค้าน้ำมันปาล์มดิบชะลอตัว จากปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการมีสต็อกเพียงพอต่อความต้องการใช้ ประกอบกับราคาตลาดต่างประเทศปรับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา 2. ผักกาดขาว ราคาปรับตัวลดลงจาก กก.ละ 25 – 30 บาท ในสัปดาห์ก่อน เป็น กก.ละ 20 – 25 บาท เนื่องจากผลผลิตรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 3. น้ำมันปาล์ม (ขวด 1 ลิตร) ราคาปรับตัวลดลงจาก ขวดละ 44 – 48 บาท เป็น ขวดละ 44 – 47 บาท และน้ำมันถั่วเหลือง (ขวด 1 ลิตร) ราคาปรับตัวลดลงจากขวดละ 60 – 66 บาท เป็น ขวดละ 60 – 63 บาท ตามราคาวัถตุดิบ 4. น้ำมันดีเซล ราคาปรับตัวลดลงจาก ลิตรละ 33.99 บาท ในสัปดาห์ก่อน เป็น ลิตรละ 33.89 บาท ตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)
นายอนุชายังกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา รองอธิบดีกรมการค้าภายในและคณะ ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การค้าที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.นนทบุรี พบว่าตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 66 เป็นต้นมา ประชาชนกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากตามปกติ หลังจากที่ได้เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด โดยราคาสินค้ายังคงทรงตัว กลุ่มอาหารสด เช่น หมูเนื้อแดง ราคา กก.ละ 127-129 บาท น่องไก่ติดสะโพก กก.ละ 69 บาท และไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.7 บาท กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง นม นมข้นหวาน/นมข้นจืด สบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ไม่มีการปรับขึ้นราคา
“นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างต่อเนื่อง โดยราคาสินค้าหลายรายการเป็นไปตามกลไกตลาด ปรับขึ้นหรือลดลงตามอุปสงค์-อุปทาน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ให้มีการควบคุมต้นทุนราคาสินค้าเกษตร สินค้าจำเป็น ทั้งผักสด เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แม้จะมีปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศบางประการที่มีผลต่อต้นทุนสินค้า เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แต่ละประเภทสินค้า ค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนด้านพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน เป็นต้น แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการได้ส่วนหนึ่ง เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงกลางปี 2565 และราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงจากช่วงเดือน ก.ค. 65 ที่ราคา 35 บาท/ลิตร เป็น 33 บาท/ลิตร ในขณะนี้ ดังนั้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าจำเป็นต่าง ๆ ในการตรึงราคาสินค้าออกไปก่อน โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ขึ้นเวทียูเอ็น ปลุกปฏิรูปสหประชาชาติ หนุนสร้างสันติภาพ
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงประชุม UNGA ย้ำจุดยืน 'ปฏิรูปสหประชาชาติ' เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ สร้างสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน
'อนุทิน' ขอบคุณ 'เนเน่' สร้างชื่อเสียงประเทศ ทำคนไทยมีความสุข
นายกฯ ขอบคุณและดีใจไปกับ 'เนเน่' ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำคนไทยมีความสุขมีกำลังใจ เชื่อถ้ามีคนพูดคำว่าไทยแลนด์ 1 ล้านครั้ง ไปได้ไกลแน่นอน
นายกฯ ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐ เปิดประตูระดมทุนโลก
นายกฯ ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐอเมริกา เปิดประตูธุรกิจไทยระดมทุนตลาดทุนโลก ดึงเงินลงทุนสร้างงานให้คนไทย
เอกชนปลื้ม! อนุทินโรดโชว์นิวยอร์ก
เอกชน-ตลาดทุน ปลื้ม! กองทุนสหรัฐฯ ฟังวิสัยทัศน์ 'อนุทิน' ประสบความสำเร็จโรดโชว์นิวยอร์ก หวังไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ

