อากาศแปรปรวนสร้างความกังวลให้ครัวเรือนไทยกระทบรายได้และเงินออม

ดัชนี KR-ECI เดือนมิ.ย.66 ยังทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยสภาพอากาศที่แปรปรวนจากปรากฎการณ์เอลนีโญสร้างความกังวลให้ครัวเรือนไทย

7 ก.ค. 2566 – ในเดือนมิ.ย.66 ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) และดัชนีฯ 3 เดือนข้างหน้ามีระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 35.0 และ 38.6 จาก 34.8 และ 38.6 ในเดือนพ.ค.66 โดยครัวเรือนไทยมีระดับความกังวลลดลงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับราคาสินค้าและค่าใช้จ่าย สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อไทยในเดือนเดียวกันยังคงชะลอลงที่ 0.23%YoY เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน เนื่องจากราคาพลังงานที่อ่อนตัวตามราคาในตลาดโลกเป็นสำคัญ โดยค่าเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ยังคงถูกตรึงราคาอยู่ ได้แก่ ราคาก๊าซหุงต้มอยู่ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าไฟฟ้า (งวดเดือนพ.ค.-ส.ค.66) อยู่ที่ 4.7 บาทต่อหน่วย

ในขณะเดียวกันครัวเรือนไทยก็มีระดับความกังวลเกี่ยวกับรายได้และการออมมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งระบุว่ามีรายได้จากการขายสินค้าลดลงหรือมีผลประกอบการที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวโดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาอย่างแข็งแกร่ง

โดยเดือนมิ.ย.66 มีจำนวนสะสมที่ 12.4 ล้านคน ซึ่งได้ช่วยหนุนรายได้และการจ้างงานในประเทศ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาคการส่งออกยังถูกกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนที่มีมากขึ้น

นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็เผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญ (สภาพอากาศที่ร้อนและแล้งกว่าปกติ) จึงส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2566 ปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าปกติ 25% ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา อีกทั้ง ในระยะข้างหน้าก็มีแนวโน้มว่าเอลนีโญจะยกระดับความรุนแรงขึ้นและส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยจากปริมาณน้ำที่อาจถูกจำกัดการใช้มากขึ้นในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะภาคการเกษตรในกลุ่มพืชที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมากอย่างข้าว

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สอบถามครัวเรือนเพิ่มเติมถึงระดับความกังวลที่มีต่อปรากฎการณ์เอลนีโญในขณะนี้ โดยพบว่าครัวเรือนส่วนมาก (47.6%) มีความกังวลมาก และครัวเรือนอีกส่วนหนึ่ง (35.9%) ยังไม่ค่อยมีความกังวลแต่ก็ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ครัวเรือนส่วนน้อย (16.5%) ระบุว่า ยังไม่มีความกังวลโดยมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจไม่รุนแรงมากนัก

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงประเด็นความกังวลของครัวเรือนต่อปรากฎการณ์เอลนีโญเพิ่มเติมก็พบว่า 26.5% ครัวเรือนมีความกังวลว่าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า รองลงมา 20.6% กังวลว่าผลผลิตทางการเกษตรอาจได้รับความเสียหาย และ 17.8% กังวลว่าอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย นอกจากนี้ ครัวเรือนมีความกังวลในประเด็นอื่น ๆ ได้แก่ ผลกระทบต่อรายได้ให้ลดลง (12.1%) ราคาสินค้าเกษตรอาจแพงขึ้น (9.7%) ความไม่แน่นอนของการเมืองอาจมีผลต่อประสิทธิภาพในการรับมือของทางการ 7.3% และกังวลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย 6.0% ซึ่งประเด็นความกังวลต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนดังกล่าวของครัวเรือนอาจเป็นปัจจัยเชิงลบต่อภาวะการครองชีพของครัวเรือนในระยะข้างหน้า

สำหรับดัชนี KR-ECI ในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคการท่องเที่ยวซึ่งจะยังคงหนุนรายได้และการจ้างงานในประเทศ โดยจะเป็นปัจจัยหนุนดัชนีฯ ที่สำคัญ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของดัชนีฯ อาจเป็นไปอย่างเปราะบางท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆที่เข้ามากดดัน เช่น การส่งผ่านราคาของผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังอยู่ในระดับสูง สภาพอากาศที่อาจไม่เอื้ออำนวย การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนที่มีมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ แม้หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพ.ค.66

ดูเหมือนว่าจะมีความคืบหน้าของการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งอาจช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับภาระการครองชีพของครัวเรือนได้บ้าง แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่ค่อนข้างสูง โดยภาวะสุญญากาศทางการเมืองในขณะนี้ก็อาจเป็นข้อจำกัดในการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จึงเป็นประเด็นที่ยังต้องมีการติดตาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล

แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร

อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ ยัดค่าไฟสาธารณะให้ประชาชนจ่าย

ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณี ที่มีการนำค่าไฟฟ้าส่องทางสาธารณะ หรือในที่สาธารณะสอดไส้รวมใส่ใบแจ้งหนี้ให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกภาระจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ได้ใช้ไฟจริง ว่าเรื่องนี้เป็นการผลักภาระให้แก่ประชาช

'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน

โยน‘เอกนัฎ’ตอบปมค่าไฟทางแฝงFTประชาชน กฟภ.ชี้เป็นหน่วยงานปฏิบัติตามนโยบาย

‘กฟภ.’ โยน ‘เอกนัฎ’ ชี้แจงปมค่าไฟทางแฝงในค่า FT ประชาชน ระบุเป็นไปตามโครงสร้าง พร้อมตอบเป็นเพียงหน่วยงานปฏิบัติ ต้องทำตามนโยบาย