
เรื่องปรากฎการณ์”ซูเปอร์เอลนีโญ” ในปี 2569 เป็นประเด็นที่พูดกันมากและหวั่นวิตกทั่วโลก ยิ่งเราเห็นภาพโดมความร้อนโจมตียุโรปอย่างรุนแรง ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา จนมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้คนทั่วโลกหวั่นวิตกว่าหากปรากฎการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ จะเกิดอะไรขึ้น กับโลกและผู้คน
ในมุมของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ ด้านภูมิอากาศทั่วโลกก็กำลังเฝ้าติดตาม สัญญาณการก่อตัวของปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด และมองว่าหากเกิดปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญภายในปีนี้จริง ก็จะเป็นการช้ำเติมภาวะโลกร้อนที่รุนแรงอยู่แล้ว ให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเดิม จนอาจเกิดสถิติโลกร้อนสูงสุดครั้งใหม่ พร้อมๆกับ การเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ที่มีความรุนแรงและถี่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพายุฝน น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งรุนแรงยาวนานในหลายพื้นที่บนผืนโลก
ข้อมูลจากบทความ”สัญญาณอันตราย ปรากฎการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ”ประเทศไทยเตรียมรับมือ “ใน นิตยสาร สสวท.(สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ) ปีที่ 54 ฉบับที่ 260 พฤษภาคม – มิถุนายน 2569 ซึ่งได้นำรายงาน จาก Cimate Rak Index (CR)2026 โดยองค์กร Germanwatch ที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก โดยระบุความเสี่ยงของประเทศไทยที่จะได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ครั้งนี้ โดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศ ช่วงระยะเวลา30 ปี (ค.ศ. 195 – 2020 ว่า ในปี ค.ศ. 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี ค.ศ. 2022 ภาพ สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างขัดเจน ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่อันที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี ค.ศ. 2022แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของไทยเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ภาพรวมทั้งโลกนช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่า 93000 ครั้ง มีประชากระชากรได้รับผลกระทบเกือบ 5.7 พันล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 832000 คนโดยสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเกิดจากคลื่นความร้อนและพายุ ประมาณร้อยละ 66 ขณะที่นำท่วมส่งผลกระทบต่อประชากรมากรมากที่สุด ร้อยละ 48ส่วนพายุสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ร้อยละ 58 ในปี ศ.ศ.2026
Cimate Rak Index ยังระบุอีกว่า ผลกจากปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ยังอาจทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงกว่าปกติ และอาจยาวนานต่อเนื่องไปจนถึง ปี พ.ศ. 2570 โดยอุณหภูมิอากาศอาจสูงถึง44 – 45 องศาเซลเซียส และปริมาณฝนอาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ30 ด้วยเหตุนี้ การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งทั้งการติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง การวางแผน

ในมุมมองของนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมของไทย ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยกำลังจะประสบภาวะเอลนีโญ (El Nino) และซุปเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติหรือNOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration ได้คาดการณ์ว่าประเทศไทยและประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จะเริ่มเผชิญกับปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญอย่างเต็มตัวและพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วง เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ก่อนที่ผลกระทบสะสมจากภัยแล้งจะรุนแรงที่สุดและส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมิถุนายน 2570
“ เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกในแถบศูนย์สูตรอุ่นขึ้นผิดปกติ เกิดจากการอ่อนกำลังลงของกระแสลมค้า ซึ่งปกติพัดจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ทำให้น้ำทะเลอุ่นไหลย้อนกลับไปทางทวีปอเมริกาใต้ ส่งผลให้สภาพอากาศโลกแปรปรวน เกิดความแห้งแล้งในเอเชียและฝนตกหนักในอเมริกาใต้ ” ดร.สนธิ กล่าว
เมื่อถามว่า เอลนีโญ และ ซูเปอร์เอลนีโญต่างกันอย่างไรนั้น ดร.สนธิ อธิบายว่า ทั้ง 2 ปรากฎารณ์ มีความแตกต่างกันที่ความรุนแรงและขอบเขตผลกระทบ โดยทั้งสองเป็นปรากฏการณ์อุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งแปซิฟิกอุ่นขึ้นขึ้น แต่ซูเปอร์เอลนีโญจะรุนแรงกว่ามาก ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศแบบสุดขั้วในระดับโลกเลยทีเดียว
ดร.สนธิยกกรณีอากาศร้อนจัดในยุโรป สะท้อนวิกฤตอากาศสุดขั้ว จากสถิติที่รวบรวมจาก27ประเทศในยุโรปช่วงสัปดาห์วิกฤต วันที่ 22-28 มิถุนายน 2569พบผู้เสียชีวิตเกินปกติรวมสูงถึง 10,650 ราย รวมถึงการเสียชีวิตทั้งที่เกี่ยวข้องกับอากาศร้อนโดยตรงและ้กิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ทวีปยุโรปเป็นภูมิภาคที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยมีอัตราการร้อนขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า เพิ่มขึ้นประมาณ0.53 -0.56 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990
ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ชี้ว่ายุโรปจะมีอากาศร้อนเพิ่มขึ้นทุกปีไม่มีหวนกลับ ความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดจากปัจจัยลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์และพฤติกรรมชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป
สำหรับเอลนีโญ นักวิชาการระบุ เป็นปรากฏการณ์ที่กระแสน้ำอุ่นไหลมาแทนที่กระแสน้ำเย็นบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยไหลจากมหาสมุทรแปซิฟิกในพื้นที่ระหว่างประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลียไปยังทวีปอเมริกาใต้ โดยที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 0.5 ถึง 1.5 องศาเซลเซียสเหนือจากค่าเฉลี่ยทั่วไป ทำให้เกิดความแห้งแล้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จะมีฝนตกน้อย อากาศทั่วไปจะแห้งแล้ง แต่จะเกิดฝนตกหนักหรือพายุในแถบอเมริกาใต้มากกว่าปกติ

ส่วนซูเปอร์เอลนีโญเป็นคำที่สื่อและนักอุตุนิยมวิทยาใช้เรียกเหตุการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ ถือเป็นขั้นสุดของปรากฏการณ์นี้ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะขยับพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ 2.0 องศาเซลเซียสขึ้นไปจากเกณฑ์ปกติ ส่งผลกระทบที่รุนแรงและกว้างไกลกว่าเอลนีโญปกติหลายเท่า ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ท้้งคลื่นความร้อนรุนแรง ที่เรียกว่า Heatwaves ,ไฟป่ารุนแรง , น้ำท่วมหนัก และยังกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและราคาอาหารโลกอีกด้วย
ภาพรวมทั่วโลกกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญและซุเปอร์เอลนีโญ ดร.สนธิ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบหลักต่อประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ฝนมาล่าช้า เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนาน เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตร การเพาะปลูก พืชผลขาดน้ำ รวมถึงต้นทุนการจัดการทรัพยากรน้ำและการเยียวยาที่เพิ่มสูงขึ้น ที่สำคัญทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนเกิดคลื่นความร้อน
“สำหรับประเทศไทย ปริมาณฝนมีแนวโน้มจะต่ำกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำในภาคการเกษตร มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า รวมทั้งจะเกิด อากาศจะร้อนจัดและมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ จน อาจทำลายสถิติความร้อนในหลายๆ พื้นที่ ” ดร.สนธิ ย้ำ

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมกล่าวด้วยว่า ผลกระทบต่อทวีปอเมริกาใต้ เช่น เปรู ชิลี บริเวณที่เคยแห้งแล้งจะเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ผลกระทบระดับโลก พื้นที่ป่าในหลายภูมิภาคเสี่ยงเกิดไฟป่ารุนแรง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และระบบนิเวศทางทะเลเสียหาย จะเกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว เมื่อต้องเผชิฐผลกระทบหลายมิติ ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทุกคนต้องตระหนักถึงอันตรายและเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อบรรเทาความรุนแรง ตลอดจนป้องกันความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้านผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสาตร์ นักวิชาการไทยอีกราย ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้โพสต์คลิป ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญปีนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามคาดการณ์ เพราะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าจะพีคสุดในไตรมาส 4 ของปีนี้ กลายเป็นซูเปอร์เอลนีโญของจริงยาวข้ามไปเดือนม.ค.ปีหน้า และจะลดระดับลงเดือนก.พ.ปีหน้าเช่นกัน ลักษณะที่เห็นได้ชัดของซุเปอร์เอลนีโญ ก็คือ ความแปรปรวนของฝนฟ้า ช่วงวันที่ 1-21 ก.ค.ฝนสะสมมีความเปลี่ยนแปลง แต่ละที่ไม่เท่ากัน ภาคใต้มีฝนน้อยกว่าปกติ ในหลายจังหวัด อาทิ นราธิวาส ชุมพร รวมถึงฝั่งอันดามันภูเก็ต กระบี่ ฝนคยตก ต่อเนื่อง 8-10 วันแต่ปีนี้ฝนน้อยกว่าปกติ ภาคกลางส่วนใหญ่น้อยกว่าปกติด้วยเช่นกัน รวมท้้งภาคตะวันออกบางส่วนก็น้อย ถึงน้อยมาก ขณะที่ภาคอีสาน แม้ปริมาณฝนจะมีความแตกต่างแต่ละพื้นที่ โดยภาคอีสานตอนล่างฝนตกน้อย แต่ภาคอีสานตอนบนยังตกแต่ค่อนข้างน้อย รวมถึงภาคเหนือตอนล่างตกน้อยกว่าปกติ ดังนั้นดูจากภาพรวมปริมาณฝนทั้งประเทศน้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกัน การที่เรากำลังเริ่มเข้าสู่ซุเปอร์เอลนีโญ ทำให้เกิดความแปรปรวน บางพื้นที่มีฝนตกฉับพลัน รุนแรง นอกจากนี้ เรายังต้องจับตามองพายุใต้ฝุ่นต่างๆ ที่มาจากเวียดนามว่าจะเข้าไทยหรือไม่
“ในช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้เราต้องพยายามเก็บน้ำให้มากที่สุด ทุกฝ่ายรายงานตรงกันว่า เราอาจเก็บน้ำได้ถึงแค่เดือน ตุลาคมปีนี้ และต่อไปอีก 8เดือนข้างหน้า เราอาจจะไม่ค่อยมีน้ำแล้ว เพราะถึงแม้ฝนจะไม่ถึงกับไม่ตกเลย แต่การเก็บน้ำต้นทุนค่อนข้างจะลำบาก เพราะต่อให้ฝนตกปริมาณเท่าเดิม แต่ลักษณะการตกของฝนแตกต่างออกไป ตกทีละนิด ทีละนิด ลดระยะเวลาตก ไม่ได้ตกซู่ๆ ทำให้มีผลต่อการเก็บน้ำ การตกทีละนิด ทำให้ดินยังรับน้ำได้ไม่เต็มที่ ฝนที่ตกลงมาจึงยังเก็บไม่ได้ ดังนั้น ในอีก2-3เดือน เราต้องดูเรื่องน้ำให้ดี “
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ 21 มิ.ย. กลางวันนานสุด กลางคืนสั้นที่สุดในรอบปี
วันนี้เป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาว นานที่สุดและกลางคืนสั้นที่สุดในรอบปี เนื่องจากวันนี้ตรงกับปรากฏการณ์ ครีษ มายัน
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ 'แบตเตอรี่ลิเธียม' ประโยชน์มหาศาล แต่มีโทษอนันต์ใช้งานระวัง
เหตุไฟไหม้รถบรรทุกที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 40 ดับไฟยาก ไหม้จนมอดทั้งคัน ก๊าซพิษฟุ้ง
อันตราย! นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก 80% มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก อันตรายมากกว่าที่คิด ร้อยละ80 มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไฟไหม้ป่าภาคเหนือ สาเหตุฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงติดอันดับโลก
สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในภาคเหนือช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 มีความรุนแรงมากโดยจังหวัดเชียงใหม่เกิดไฟป่าลุกลามรุนแรงบริเวณดอยสุเทพ-ปุย ใกล้กับหมู่บ้านม้งดอยปุย และพื้นที่อุท ยานแห่งชาติออบขาน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก
'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' หวั่นถล่มคลังน้ำมัน เกิดฝนดำ ฝนกรด ควันพิษ เกิดวิบัติโลกระยะยาว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

