
รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการลงทุน เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศต่อเนื่อง คาดการณ์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมูลค่ากว่า 1.44 พันล้านดอลลาร์
16 ก.ค. 2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC ได้จัดกิจกรรมและพบปะนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญ มั่นใจจะเป็นโอกาสเพิ่มตัวเลขการค้าการลงทุนในไทย
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า EEC หารือกับหน่วยงานสำคัญด้านการลงทุน รวมถึงพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากฝรั่งเศส ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อาทิ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งทุกบริษัทได้แสดงความสนใจในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC ของประเทศไทย โดย EEC ได้นำเสนอข้อมูลและโอกาสการลงทุน พร้อมแสดงจุดเด่นในพื้นที่ EEC เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก ที่รองรับการคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ ทั้งทางบก เรือ อากาศ ซึ่งจะเป็นประตูเชื่อมโยงการเดินทางและขนส่งได้ทั่วโลก รวมทั้งยังสร้างระบบเชื่อมโยงทางธุรกิจ (ecosystem) และเตรียมการพัฒนาทักษะบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อจูงใจและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุน
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ซึ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.44 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการลงทุนนี้ถือเป็นผลการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลไทย ที่ได้ออกมาตรการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามนโยบาย 30/30 คือในปี พ.ศ.2573 จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ในประเทศ ซึ่งการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนนี้ช่วยเพิ่มความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน
โดยข้อมูลของอุตสาหกรรม ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 มีรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 31,000 คันจดทะเบียนในประเทศไทย มากกว่าถึง 3 เท่าของจำนวนทั้งหมดในปี 2565 โดย BOI ได้ระบุล่าสุดว่า บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีนอย่าง บริษัท GAC AION New Energy Automobile ตอบรับเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย โดยจะใช้เงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 6,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัท สโฟวล์ท เอเนอจี้ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของจีน ยังได้เลือกไทยเป็นฐานและตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถ EV ในไทย ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากข้อได้เปรียบ รวมถึง บทบาทสำคัญของไทย ในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการผลิตและการส่งออกยานยนต์ ซึ่งจะเอื้อให้บริษัท สามารถขยายธุรกิจ และใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตและส่งออกแบตเตอรี่ไปยังอินโดนีเซีย เวียดนามได้ในอนาคต
“รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอุตสาหกรรมดั้งเดิม อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม EV ไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายในภูมิภาค โดย BOI มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ที่พร้อมให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่” นางสาวรัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
รบ.ชงแน่พรก.กู้เงิน4แสนล้าน
โฆษกรัฐบาลยัน ครม.สัปดาห์นี้เคาะแค่เรื่องเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
โฆษกรัฐบาลเผยผลงาน 1 เดือนแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
โฆษกรัฐบาล เผย แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกรัฐบาล เร่งยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข
ไทยหารือสหรัฐขยายความร่วมมือกวาดล้าง ‘คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์’
โฆษกรบ. เผย ขยายความร่วมมือไทย–สหรัฐ กวาดล้าง “คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์” ดันไทยสู่ Tier 1 ป้องกันค้ามนุษย์
'โฆษกรัฐบาล' ปัดนายกฯ เบี้ยวตอบกระทู้สด แจงยิบเหตุไม่ไป
'โฆษกรัฐบาล' แจงยิบเหตุนายกฯ ไม่แจงกระทู้ถามสด มอบเจ้ากระทรวงคมนาคมไปแทน แถมคิวงานแน่นเอี๊ยด

