'คลัง' ปิดประตูรับม็อบคนแก่ค้านตัดเบี้ยยังชีพ

“คลัง” ปิดประตูรับม็อบคนแก่ ลุยค้านตัดเบี้ยยังชีพ โอดกองทัพได้งบมหาศาล รัฐไม่เคยแตะต้อง ยันทุกคนต้องได้รับสิทธิเท่าเทียม ไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ จี้ยกเลิกระเบียบมหาดไทย

17 ส.ค.2566 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ We Fair กว่า 100 คน ได้รวมตัวที่บริเวณข้างกระทรวงการคลัง พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมเครือข่ายประชาชน 53 องค์กร 1,468 รายชื่อ ปกป้องสวัสดิการประชาชน คัดค้านการตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ภายหลังจากที่กระทรวงมหาดไทย มีการกำหนดเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุที่ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นางสาวกรรณิการ์ ปู่จินะ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค ระบุในแถลงการณ์ว่า ขอคัดค้านการตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยมีข้อเรียกร้องร่วมกัน 5 ข้อ คือ 1.ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และกลับไปใช้ระเบียบเดิม ไม่ต้องมีการพิสูจน์ความจน และตัดสิทธิ์การรับสวัสดิการซ้ำซ้อนไว้แล้ว 2.คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเคราะห์หลักเกณฑ์ (กผส.) ต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ของผู้สูงอายุทุกคน ไม่ตอบสนองต่อหลักเกณฑ์ใหม่ 3.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องออกกฎหมายรองรับระบบบำนาญถ้วนหน้า ไม่ใช่ใช้หลักนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามมติคณะรัฐมนตรี

4.กระทรวงการคลังควรตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและหารายได้ใหม่ ๆ เข้ารัฐเพื่อใช้จัดสวัสดิการให้ประชาชนแบบถ้วนหน้า เช่น ภาษีลาภลอย ภาษีกำไรจากการซื้อขายหุ้น เป็นต้น และ 5.รัฐบาลใหม่ต้องผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้น และต้องเป็นสิทธิ์แบบถ้วนหน้า โดยระบุในกฎหมายให้ชัดเจน

นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ กล่าวในการชุมนุมว่า ปัจจุบันงบประมาณกองทัพที่ใช้ปีละมหาศาล รัฐบาลไม่เคยแตะต้อง แต่คุณทำกับประชาชนคนแก่แบบนี้ สมาชิกวุฒิสภาจัดตั้งจากเหล่าทัพที่เป็นตัวปัญหาของประเทศ กลับได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 600-800 บาท ได้เบี้ยบำนาญหลายหมื่นบาทต่อเดือน ทำไมถึงทำกับประชาชนแบบนี้

นอกจากนี้ เครือข่ายได้เคยมาเรียกร้องต่อกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา และปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า เบี้ยสูงอายุ จะได้เหมือนเดิม แต่ต่อมาวันที่ 12 ส.ค. กลับมีการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการให้เบี้ยแบบไม่ถ้วนหน้า จัดสรรให้แบบอนาถา รัฐบาลรักษาการ รีบชงเรื่องนี้ แบบหมกเม็ด ลักไก่ โดยประชาชนทุกคนกว่าจะอายุ 60 ปี ต้องผ่านการเสียภาษีให้รัฐตลอดทั้งทางตรง ทางอ้อม แต่ต้องมารับเบี้ยแบบคัดกรอง

“ทำสิ่งที่ไม่เท่าเทียมและเพิ่มเหลื่อมล้ำมากขึ้น รัฐบาลรักษาการชิงออกระเบียบใหม่ วัดฐานความยากจน ใครเป็นคนวัด ใครกลั่นกรอง ที่ผ่านมาบัตรคนจน ก็ตกหล่นเยอะ เช่น พี่น้องไร้บ้าน พี่น้องชาติพันธุ์ เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัด การมาครั้งนี้ จึงขอเรียกให้ปลัดกระทรวงการคลังออกมาพูดความจริง อย่าหลอกลวง ตระบัดสัตย์กับคนแก่ เขารอมาทั้งชีวิต” นายจำนงค์ กล่าว

ต่อมาเวลา 10.30 น. ทางกลุ่มเครือข่ายผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้ามาบริเวณประตู 4 โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงการคลัง รีบเข้ามาคล้องโซ่ที่หน้าประตูใหญ่ พร้อมกับล็อคแม่กุญแจประตูเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาได้ จนเกิดการยื้อหรือขย่มประตูกันอยู่ระยะหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเกิดความไม่พอใจเป็นอันมาก พร้อมกับกล่าวโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง

ด้านนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการ We Fair ระบุว่า นอกจากมาที่กระทรวงการคลังแล้ว วันนี้จะเคลื่อนตัวไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่าง ๆ ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลปัญหานี้ เนื่องจากเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม วันนี้ระบบถ้วนหน้าเรามาไกลมากแล้ว ไม่ควรถอยหลังกลับไปที่เดิมอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทย ได้ยืนยันแล้วว่าการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุยังเป็นไปตามเดิม เพราะต้องให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเคราะห์หลักเกณฑ์ (กผส.) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาเลือกว่าจะให้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายประชาชนฯ ป้อง 'พิธา' เรื่องบำนาญข้าราชการ

เครือข่ายประชาชนหนุนก้าวไกล ผลักดันบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า ยันไม่ได้ป้องพิธาแต่ปกป้องข้อเท็จจริง เจ้าตัวซึ้งจะขอใช้เวลาพิสูจน์ทำเพื่อผู้สูงอายุ!