
รบ.เตือน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน อ้างตลาดหลักทรัพย์และก.ล.ต. รัฐบาลลุยอายัดบัญชีม้าแสนกว่าบัญชี และSMS ปลอม
20 ส.ค. 2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการส่งต่อบนสื่อออนไลน์เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเทรดทองเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมระบุว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและจะได้กำไรร้อยละ 15 – 30 ต่อวันนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งว่า หน่วยงานไม่มีเสนอการลงทุน เป็นข้อมูลปลอมที่มีการแอบอ้างชื่อ และตราสัญลักษณ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ที่เผยแพร่นั้น ทางหน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีข่าวปลอมเรื่อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชวนลงทุนหุ้นส่วนของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง เริ่มต้น 1,199 บาท โดยแอบอ้างว่าสามารถเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ โดย ก.ล.ต. แจ้งว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าว รวมถึงเป็นการชักชวนลงทุนโดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจดทะเบียน และสัญลักษณ์ของ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต
“ขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนลงทุนทางสื่อสังคมออนไลน์ และให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีการกล่าวอ้างถึงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลดังกล่าวในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและความสับสนขยายในวงกว้าง สำหรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประชาชนสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th หรือโทร. SET Contact Center 0 2009 9999 สำหรับข่าวสารของ ก.ล.ต. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SEC Help Center 1207” นางสาวรัชดากล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เร่งรัดและติดตามการดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โดยดีอีเอสได้บูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสียหาย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงมีการจับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
ในปี 2565 มีการดำเนินคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ 8 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 166 คน ปิดกั้นการโทรและ SMS หลอกลวง 118,530 หมายเลข อายัดบัญชีม้า 58,463 บัญชี ปิดกลุ่มโซเชียลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า 8 กลุ่ม ดำเนินคดีหลอกลงทุน ระดมทุน และหลอกลวงทางการเงิน 657 คดี จับผู้ต้องหา 673 ราย ปราบพนันออนไลน์ 318 คดี จับผู้ต้องหา 461 ราย ปิดเว็บพนัน 1,830 เว็บ ดำเนินคดีซื้อหลอกขายสินค้าบริการออนไลน์ 263 คดี จับผู้ต้องหา 270 ราย
ในส่วนของการดำเนินการตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน มีดังนี้ ปิดกั้น SMS/เบอร์โทร.หลอกลวงรวม 188,915 รายการ ปิดกลุ่ม facebook ซื้อขายบัญชีม้า 19 กลุ่ม อายัดบัญชี 101,904 บัญชี แจ้งรายชื่อบุคคล/เจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้กระทำความผิด 993 รายชื่อ และดำเนินคดีบัญชีม้า ซิมม้า 219 คดี ผู้ต้องหา 216 คน, ดำเนินคดีผู้ที่หลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน 740 คดี/ผู้ต้องหา 762 ราย, ดำเนินคดีการพนันออนไลน์ 662 คดี/ผู้ต้องหา 774 ราย พร้อมปิดกั้น 2,334 เว็บไซต์, ดำเนินคดีผู้หลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ 331 คดี ผู้ต้องหา 347 ราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ 10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
อนุทินถกมาเนต ฟื้นสัมพันธ์2ปท. สร้างสันติภาพ
นายกฯ อนุทินเผชิญหน้า "ฮุน มาเนต" หารือผู้นำสามฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์"
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
รบ.ชงแน่พรก.กู้เงิน4แสนล้าน
โฆษกรัฐบาลยัน ครม.สัปดาห์นี้เคาะแค่เรื่องเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
โฆษกรัฐบาลเผยผลงาน 1 เดือนแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
โฆษกรัฐบาล เผย แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกรัฐบาล เร่งยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข

