นายกปลื้มไทยส่งทุเรียนผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน - สปป.ลาว ลดเวลาขนส่งเพียบ

รองโฆษกรบ. เผย ทุเรียนไทยครองแชมป์ส่งออกสูงสุดผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน – สปป.ลาว ลดระยะเวลาขนส่งเหลือ 15 ชั่วโมง รัฐบาลเดินหน้าแผนเชื่อมโยงระบบราง เพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย

20 ส.ค. 2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปจีนผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน – สปป.ลาว เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2566 มี มูลค่ารวม 2,848.41 ล้านบาท ขยายตัวกว่าร้อยละ 260 จากปี 2565 โดยผลไม้ไทยได้รับความนิยมในตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งการใช้รถไฟจีน-ลาว สามารถช่วยลดระยะเวลาการขนส่ง จากที่เคยใช้เวลาผ่านถนนเส้นทาง R3A ประมาณ 2 วัน เหลือใช้เวลาบนรถไฟไม่เกิน 15 ชั่วโมง ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนแผนเชื่อมโยงระบบราง ไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทย ปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งของภูมิภาคในอนาคต
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ พบว่า 10 อันดับแรกของสินค้าที่ส่งออกทางด่านหนองคายผ่านแดน สปป.ลาว ไปจีนมีมูลค่าการส่งออกและขยายตัวสูงที่สุด ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 ได้แก่ 1) ทุเรียนสด อยู่ที่ 2,073.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 364 เมื่อเทียบกับช่วงกันของปี 2565 2) มังคุดสด 378.65 ล้านบาท 3) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 315.21 ล้านบาท 4) ลำไยสด 37.40 ล้านบาท 5) สินค้าแร่ และเชื้อเพลิงอื่น ๆ 17.89 ล้านบาท 6) สับปะรดแปรรูป 11.43 ล้านบาท 7) ส้มโอสด 2.99 ล้านบาท 8) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 2.72 ล้านบาท 9) มะม่วงสด 1.79 ล้านบาท และ 10) ผลไม้อื่น ๆ 1.52 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนแผนเชื่อมโยงระบบราง ไทย-สปป.ลาว-จีน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ – หนองคาย) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค สำหรับระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางของไทย เชื่อมโยงภูมิภาค ตลอดจนเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าไปตลาดจีนได้มากขึ้น โดยใช้ระยะเวลาการขนส่งน้อยลง และยังสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ในการส่งออกสินค้าไปจีนได้อีกด้วย

“รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางราง ซึ่งเป็นการขนส่งที่สามารถลดต้นทุน เวลา และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ส่งออกไทย พร้อมเชื่อมั่นว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไว้อย่างครอบคลุมตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการ จะมีส่วนสำคัญ ส่งต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคได้” นางสาวรัชดากล่าว
///

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมาลิดสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน 'ไทย-มาเลย์' กระชับความสามัคคี มิตรภาพข้ามแดน

พี่น้องชาวไทย มาเลย์ ร่วมงาน "เมาลิดสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน" ณ เบตง รับฟังบรรยายธรรมเนืองแน่น กระชับความสามัคคีข้ามแดน

'รัชดา' ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ 'หมอเอก' นั่งแทน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี

เตรียมสมัคร รัฐเดินหน้าระบบ ‘ทหารอาสา’ รับสมัคร 10 ก.ย. 

"รัชดา" เผยรัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย "ทหารอาสา" ตามที่แถลงต่อรัฐสภา เปิดโอกาสกำลังพลสำรองสมัครใจรับราชการ พร้อมรายได้และสวัสดิการรวม 15,000 บาทต่อเดือน ชู 4 โอกาสทั้งรายได้ ทักษะ การศึกษา และต่อยอดสู่อาชีพ เปิดรับสมัคร 10 ก.ย. 2569 - 24 ม.ค. 2570

ตีปี๊บ! รายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' ทุกเช้าเสาร์ ประเดิม 5 ก.ย.

รัฐบาลตีปี๊บรายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' เปิดมุมคิด–เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง ทุกเช้าวันเสาร์ เริ่ม 5 ก.ย. นี้ 'รองนายกฯปกรณ์' ประเดิมพูดเรื่องปฏิรูประบบราชการ

ขยับเปลี่ยน ‘โทรโข่งรัฐบาล’ ปรับการข่าวตรงบุคลิก 'อนุทิน’

รัฐบาลขยับ ‘การข่าว’ เตรียมสลับ ‘หมอเอก’ นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แทน ‘ดร.กานต์’ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน