
หลังจากโควิด-19 คลี่คลาย ทำให้มีการขยับตัวและมีกิจกรรมของภาคธุรกิจขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้มีการเติบโต ช่วยให้ปริมาณขายน้ำมันและคาเฟ่ อเมซอน เติบโตขึ้นในทุกประเทศเป็นสัญญาณบวก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ภายใต้การนำของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิษทัต ปันยารชุน เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ Empowering All toward Inclusive Growth หรือ เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน และมุ่งผลักดัน OR ให้ทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยแนวคิด RISE OR ที่สะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กร
ล่าสุด เตรียมงบการลงทุนสำหรับปี 2567 ไว้กว่า 20,000 ล้านบาท จากงบประมาณ 5 ปีที่วางไว้ 67,000 ล้านบาท ประมาณ 12% จะใช้สำหรับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ คิดเป็นเงิน 8,007 ล้านบาท เน้นขยายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น และคาเฟ่ อเมซอน และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่มีศักยภาพ ซึ่ง ดิษทัต ระบุว่า ปี 2567 จะเป็นปีที่ดีของธุรกิจ คาดยอดขายน้ำมันยังเติบโตตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ปกติแล้วยอดขายน้ำมันจะเติบโตสูงกว่าจีดีพีประมาณ 1%
โดยอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ OR คือ การสร้างความสำเร็จและการยอมรับในตลาดโลก มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่ดำเนินการอยู่ ตลอดจนแสวงหาโอกาสร่วมกับพันธมิตรทั้งจากประเทศไทยและพันธมิตรในพื้นที่ รวมไปถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ โดยเน้นไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากประเทศกัมพูชายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก OR จึงได้วางกลยุทธ์ให้กัมพูชาเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 รองจากประเทศไทย โดย OR ดำเนินธุรกิจทั้งกลุ่มธุรกิจ Mobility ได้แก่ การจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ PTT Station คลังเก็บผลิตภัณฑ์ และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมทั้งได้ร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง มีกำหนดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2567 รวมถึงแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจพลังงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Battery Swapping และสถานีชาร์จไฟฟ้า และกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ มีการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ร้าน คาเฟ่ อเมซอน ร้านสะดวกซื้อ และร้านสะดวกซัก อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย
“ปัจจุบันคุณภาพของโรงแรมที่พักอยู่โดยมีความแตกต่างจากประเทศกัมพูชาเมื่อสิบปีที่แล้ว จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามีความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนมากขึ้น และถ้าถามว่าทำไม OR ยังต้องการลงทุนประเทศโฮมเลส แน่นอนในประเทศไทยเราไม่สามารถเจริญเติบโตได้มากกว่านี้ เรื่องของมาร์เก็ตแชร์ ต้องยอมรับว่ามาร์เก็ตแชร์เราอยู่ที่ 43-45% ดังนั้นต้องพยายามคีปนัมเบอร์วันไว้ อย่างหนึ่งที่เราต้องเจริญเติบโตในโมบิลิตี้ คงเป็นประเทศที่ใกล้เคียง” ดิษทัต กล่าว

ดิษทัต กล่าวว่า OR ยังมีแผนลงทุนคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซ LPG ขนาดความจุ 2,200 ตันในกัมพูชา ใช้งบลงทุนประมาณ 12.5 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดต้นปี 2567 จะเริ่มเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในปี 2568 โดยจะเริ่มขาย LPG ให้กับอุตสาหกรรมเป็นหลักก่อน จากนั้นจึงขยายไปกลุ่มอาคารพาณิชย์ที่มีถังเก็บขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน OR ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ดำเนินการในกัมพูชา เช่น การขายน้ำมันอากาศยาน หรือน้ำมันเครื่องบิน, น้ำมันเรือ, LPG และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 นอกจากนั้นยังขายน้ำมันให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้า อีกทั้งยังขายยางมะตอย, ผลิตภัณฑ์พิเศษ เป็นต้น
ส่วนประเทศอื่นๆ OR ยังคงมองโอกาสอย่างต่อเนื่อง เช่นในประเทศเมียนมา แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาด้านการเมืองในประเทศจึงทำให้ต้องชะลอการลงทุนไปก่อน ส่วนประเทศ สปป.ลาว วางเป้าเป็นแหล่งซัพพลายเออร์ในอนาคตโดยเฉพาะกาแฟ
อย่างไรก็ตาม OR ได้ปรับคุณภาพน้ำมันให้สะอาดเป็นมาตรฐานน้ำมัน EURO 5 หรือกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm ซึ่งเทียบเคียงกับยุโรป เพื่อลด PM 2.5 จากปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรฐานบังคับที่ EURO 4 หรือกำมะถันต่ำกว่า 50 ppm โดยจะเริ่มใช้วันที่้ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะเซ็นสัญญา MOU กับพันธมิตรเกาหลีใต้ในธุรกิจ Wellness เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพในประเทศไทย
ด้าน รชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจต่างประเทศ OR กล่าวว่า โดยกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของ OR ในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสร้างความสำเร็จและการยอมรับในตลาดโลก มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่ OR ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งในปี 2567 จะใช้งบลงทุนประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,600-1,700 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีบริการ PTT Station อีก 27 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 172 แห่ง คาดสิ้นปีนี้จะมีสถานีบริการ 175 แห่งทั่วประเทศ ยกเว้น 3 จังหวัด คือ ไพลิน, พระวิหาร และอุดรมีชัย ที่ยังไม่ได้ขยายเข้าไป ปัจจุบัน PTT Station มีมาร์เก็ตแชร์ 17.3% เป็นอันดับ 2 รองจากอันดับ 1 คือ Tela ที่มีมาร์เก็ตแชร์เกือบ 39.3% ส่วนการขยายคาเฟ่ อเมซอนนั้น จะขยายเพิ่มอีก 31 สาขา จากปัจจุบันมี 231 สาขา มีมาร์เก็ตแชร์คิดเป็น 23% อยู่อันดับ 1
ด้าน ณัฐพงศ์ แก้วตระกูลพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด หรือ PTTCL กล่าวว่า ธุรกิจร้านกาแฟของกัมพูชามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มักจะมองหาแบรนด์ร้านสดใหม่ ดังนั้น OR จึงไม่สามารถอยู่เฉยได้ ต้องปรับตัว เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น โดยกลยุทธ์สำคัญคือ การเปิดร้านสาขา ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ภายใต้แนวคิด ‘คอนเซปต์สโตร์’ ซึ่งเป็นสาขาแรกในเมืองหลวง จังหวัดพนมเปญ ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท คาดพร้อมเปิดให้บริการในปี 2567 โดยร้านมีพื้นที่ขนาดราว 2,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าสาขาปกติที่เปิดให้บริการทั่วไปที่มีขนาด 150-200 ตารางเมตร
“อเมซอน คอนเซปต์สโตร์ จะร่วมกับพันธมิตรธุรกิจจากไทยที่แข็งแกร่งด้านธุรกิจบริการอาหาร เช่น ดุสิต ฟู้ด และเบเกอรี เพื่อดึงลูกค้ามาใช้เวลาในร้านสาขาอเมซอนในช่วงมื้ออาหารระหว่างวัน และยังได้อัตราค่าใช้จ่ายต่อบิลต่อหัวเพิ่มมากขึ้น คาดพร้อมเปิดให้บริการในปี 2567 จะทำให้ร้านคาเฟ่ อเมซอน คอนเซปต์สโตร์กลายเป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่ นักศึกษา วัยทำงาน ทั้งคนท้องถิ่นในประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน นั่งติวหนังสือ หรือทำงานต่างๆ เสมือนเป็นพื้นทึ่ผ่อนคลายร่วมกันได้” ณัฐพงศ์ กล่าว
ณัฐพงศ์ กล่าวว่า นอกจากกลยุทธ์การรีเฟรชแบรนด์คาเฟ่ อเมซอน ภายใต้แนวคิด ‘คอนเซปต์สโตร์’ แล้ว ยังวางแผนขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องปีละ 20 สาขา คาดในปี 2567 จะมีสาขาให้บริการร้านได้ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 250 สาขา ซึ่งรูปแบบการขยายนั้นจะมีทั้งส่วนที่บริษัทลงทุนเอง 10% และดีลเลอร์ แฟรนไชส์ ในสัดส่วน 90%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กต.โต้กัมพูชากล่าวหาไทยซ้ำเวทีนานาชาติ ย้ำยึดข้อตกลงร่วมไม่เคลื่อนกำลัง
กระทรวงการต่างประเทศย้ำไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชาอย่างเคร่งครัด ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่กัมพูชาหยิบยกซ้ำในเวทีนานาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาผ่
'บิ๊กดุลย์' ชี้ทหารกัมพูชาเจ็บ อาจเหยียบกับระเบิดเอง ยันไทยคุมเข้มตามกฎการปะทะ-ถ้อยแถลงร่วมฯ
รมว.กลาโหม โต้กัมพูชากล่าวหาทหารไทยขว้างระเบิดเข้าใส่ จนทำให้กำลังพลกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ลั่นเหยียบกับระเบิดเอง
'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน' เยือนจีนตามปกติ อย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนมีอะไรน่ากังวลหรือไม่ ว่า กัมพูชาไปเยือนตามปกติ เขามีความสัมพันธ์ของเขา
ไทยตอบรับ 'ประนอมภาคบังคับ' กับกัมพูชา ย้ำเป้าหมายยุติเขตแดนทางทะเล
กระทรวงการต่างประเทศเผย ไทยส่งหนังสือตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS กับกัมพูชาแล้ว ย้ำมุ่งหาข้อยุติการกำหนดเขตแดนทางทะเล
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'
อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง

