'พาณิชย์' ถกตั้งค่าหัวจ่ายน้ำมัน ป้องกันเติมน้ำมันแล้วปริมาณขาด

กรมการค้าภายในถกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตกลงร่วมกัน ตั้งค่าหัวจ่ายน้ำมันให้มากกว่า 0 ป้องกันเติมน้ำมันแล้วปริมาณขาด ก่อนเข้าไปตรวจซ้ำ ถ้าพบจ่ายขาดติดต่อกัน 2 ครั้ง แม้อยู่ในค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ก็จะสั่งหยุดใช้หัวจ่าย ต้องแก้ไข และตรวจรับรองใหม่ ส่วนการกำหนดค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 1% รอคณะกรรมการชั่งตวงวัดเคาะ จะปรับเกณฑ์หรือไม่

26 ธ.ค. 2566 – นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้แก่ ปตท. , บางจาก , พีที , เอสโซ่ , ทีพีไอ , ซัสโก้ , เชลล์ , คาลเท็กซ์ และพี โอ ออยล์ เพื่อกำชับให้เข้มงวดตรวจสอบหัวจ่ายสถานีบริการน้ำมัน ว่า ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันในการตั้งค่าหัวจ่ายให้จ่ายน้ำมันมากกว่า 0 โดยเป็นมาตรการที่สมัครใจร่วมกัน หลังจากเกิดกรณีดรามา เติมน้ำมันได้ไม่เต็มลิตร และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมหารือร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ เพื่อดูแลผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

ทั้งนี้ เดิมในการตรวจสอบรับรองหัวจ่ายน้ำมัน จะมีการตรวจทุก 2 ปี และมีการตั้งค่าอยู่ที่ 0 และในระหว่าง 2 ปี จะมีการตรวจสอบหัวจ่ายเป็นประจำ ตามรอบที่กำหนด และตรวจพิเศษในช่วงเทศกาล แต่จากนี้ จะมีการตั้งค่าให้บวกขึ้นจาก 0 มานิดนึง จากนั้น จะมีการตรวจสอบซ้ำ หากตรวจแล้ว จ่ายน้ำมันเกิน ก็ถือว่าปกติ แต่ถ้าจ่ายน้ำมันขาด ติดต่อกัน 2 ครั้ง แม้จะอยู่ในค่ามาตรฐาน บวกลบไม่เกิน 1% ก็จะสั่งให้หยุดการใช้หัวจ่าย ต้องปรับปรุงให้ถูกต้อง และต้องตรวจรับรองใหม่

“ที่ผ่านมา ในการตรวจรับรองหัวจ่ายน้ำมัน จะมีการตั้งค่าไว้ที่ 0 และมีการซีลหัวจ่าย ผู้ค้าน้ำมันไม่สามารถแกะออกได้ ถ้าชำรุด หรือแกะออก จะมีความผิด แต่ตู้หัวจ่าย เป็นเครื่องจักร แม้ตอนไปตรวจ พบว่า จ่ายน้ำมันเต็ม ไม่มีขาด แต่พอใช้ไปนาน ๆ อาจจะมีความเสื่อมของเครื่องจักร ทำให้จ่ายน้ำมันได้ขาดไปบ้าง และที่ขาดไป ก็ไม่ได้ลดกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ตามที่กฎหมายกำหนด แต่หลังจากคุยกันครั้งนี้แล้ว ผู้ประกอบการยินดีที่จะตั้งค่าให้เกินกว่า 0 เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีก”นายวัฒนศักย์กล่าว

ทางด้านหลักเกณฑ์ค่าความคาดเคลื่อนที่สามารถยอมรับได้ตามกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิด และลักษณะของมาตรวัดของเหลว รายละเอียดของวัสดุที่ใช้ผลิต อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด และอายุคำรับรอง ที่กำหนดไว้ที่บวกลบไม่เกิน 1% นั้น จะมีการพิจารณาว่าควรจะปรับอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการชั่งตวงวัด ที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน จะมีการพิจารณาก่อน

ส่วนการตรวจสอบตั้งแต่เดือน ส.ค.2566 ถึงปัจจุบัน ได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแล้ว ประมาณ 14,000 แห่ง กว่า 180,000 หัวจ่าย พบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 34 สถานี 281 หัวจ่าย ในจำนวนนี้เป็นกรณีที่ใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง จำนวน 15 สถานี จำนวน 241 หัวจ่าย เป็นกรณีที่หัวจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 1) จำนวน 19 สถานี จำนวน 40 หัวจ่าย และเป็นการจ่ายน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่ควรจะเป็น (คลาดเคลื่อนในด้านบวก) 14 สถานี 29 หัวจ่าย คิดเป็นร้อยละ 0.016 ของหัวจ่ายที่ตรวจสอบทั้งหมด และเป็นการจ่ายน้ำมันขาดจากปริมาณที่ควรจะเป็น (คลาดเคลื่อนในด้านลบ) 5 สถานี 11 หัวจ่าย คิดเป็นร้อยละ 0.006 ของหัวจ่ายที่ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งกรมได้ดำเนินการผูกบัตรห้ามใช้ เพื่อไม่ให้สามารถใช้หัวจ่ายที่คลาดเคลื่อนนั้นต่อไปได้จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้คำรับรองใหม่แล้ว ส่วนกรณีที่เป็นการจ่ายน้ำมันขาดหรือคลาดเคลื่อนในด้านลบเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ได้ดำเนินคดีแล้วทุกราย

สำหรับโทษ กรณีที่สถานีบริการน้ำมันจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีดัดแปลงหัวจ่ายเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน มีจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์ไฟเขียวขึ้นราคานมย้ำให้ปรับตามต้นทุนที่สูงขึ้น

กรมการค้าภายในไฟเขียวผู้ประกอบการปรับขึ้นราคานมและผลิตภัณฑ์ เฉพาะตามต้นทุนน้ำนมดิบที่สูงขึ้นเท่านั้น ส่วนต้นทุนอื่น ไม่พิจารณาให้ เหตุต้องดูแลผู้บริโภค ไม่ให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป และผู้ผลิตอยู่ได้ เผยในการยื่นขอปรับราคา ต้องแนบหลักฐานการซื้อนมดิบ สัดส่วนการใช้ เพื่อประกอบการพิจารณา ย้ำจะให้ขึ้นไม่เท่ากัน โดยดูสัดส่วนการใช้นมดิบเป็นสำคัญ

‘ภูมิธรรม’ จับมือ 2 สมาคมปุ๋ย ลดราคาต่อเนื่องถึง มี.ค.67

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงประเด็นการดูแลราคาปุ๋ย พร้อมด้วยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน

กกร.ออกประกาศเลิกคุมราคาขายปลีกน้ำตาล

กกร.ยกเลิกประกาศฉบับเดิม คุมราคาขายหน้าโรงงานและราคาขายปลีกน้ำตาลทราย หลัง ครม. มีมติให้ปรับขึ้นราคากิโลกรัมละ 2 บาท ออกประกาศใหม่ คุมราคาแค่หน้าโรงงาน น้ำตาลทรายขาว กก.ละ 21 บาท น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ กก.ละ 22 บาท ส่วนราคาขายปลีกไม่กำหนด แต่ผู้ค้าต้องขายให้สอดคล้องกับต้นทุน ในห้างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ควรเกิน กก.ละ 26-27 บาท พร้อมยกเลิกควบคุมส่งออกเกิน 1 พัน กก. ต้องขอ เป็นแค่แจ้งปริมาณส่งออกและสต๊อกคงเหลือ ดีเดย์บังคับใช้ 15 พ.ย.เป็นต้นไป

พาณิชย์ถกเอกชนตรึงราคาข้าวถุง

กรมการค้าภายในถกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่อมตรึงราคาข้าวสารบรรจุสำเร็จ ผู้ประกอบการยันจะทำอย่างเต็มที่แม้ต้นทุนข้าวเปลือกขยับขึ้น เผยหากจำเป็น จะทำข้าวถุงราคาถูกกว่าท้องตลาดขายให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ

พาณิชย์ล้อมคอกนัดปั๊มน้ำมันหารือ หลังพบเติมน้ำมันไม่เต็มลิตร

กรมการค้าภายในนัดปั๊มน้ำมันทุกรายหารือสัปดาห์หน้า กำชับตรวจสอบหัวจ่ายและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพปกติ หลังเจอดรามาเติมน้ำมันไม่เต็มลิตร พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มทั้งประเทศซ้ำ ยันราคาข้าวถุงยังเป็นปกติ หลังเจอข่าวอินเดียห้ามส่งออก ภัยแล้งทำผลผลิตลด ส่วนมัน ข้าวโพด ปาล์ม ราคายังดี หมูเฉลี่ย 130-135 บาท ไก่ ผัก ลงต่อเนื่อง ผลไม้ดีขึ้น ทั้งทุเรียน มังคุด สับปะรด มะม่วงมรกต ส้มโอ

พาณิชย์เผยราคาหมูเนื้อแดงลดลงชี้เป็นผลดีกับผู้บริโภค

กรมการค้าภายในเผยหมูเนื้อแดงลดต่อเนื่อง ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศกิโลกรัมละ 140-145 บาท ไก่ปรับขึ้นเล็กน้อย ผักสดปรับขึ้น หลังเจออากาศร้อน แล้ง ทำผลผลิตลด ย้ำเข้าไปดูแลต้นทุนอาหารสัตว์ให้ผู้เลี้ยงสุกรแล้ว ยันราคาไม่ขึ้น พร้อมหนุนจัดการหมูเถื่อน คาดผักปลายเดือนดีขึ้น มะนาวปกติแน่ปลายเดือนนี้ แจ้งข่าวดี ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ลงอีกแล้ว