'ภูมิธรรม' ยันปมเงินดิจิทัลต้องฟังประชาชน หวังเป็นเครื่องมือกู้วิกฤติ

‘ภูมิธรรม’ ยันปมเงินดิจิทัลต้องฟังประชาชน หวังเป็นเครื่องมือกู้วิกฤติ กระตุ้นให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้จ่าย

25 ม.ค. 2567 – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเสวนา หัวข้อ จับสัญญาณบวกส่งออก ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในตลาดโลก ภายในงานสัมมนาปาฐกถาพิเศษ Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ว่าธีมหลักของงานคือ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส แต่วันนี้ต้องยอมรับว่ายังเห็นเศรษฐกิจโลกมีปัญหา แม้หลายสำนักงานจะยังขัดแย้งกันอยู่ และที่ผ่านมานักเศรษฐศาสตร์มักจะมีการทำนายเรื่องตัวเลขการเติบโตไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาแก้ไขเรื่องที่ทำนายไว้ และวนอยู่แบบนี้ซึ่งต้องหันกลับมามองความเป็นจริง ควรใช้เรื่องวิชาการมาคุยกันอย่างถี่ถ้วน

“สะท้อนไปยังนโยบายของรัฐที่กำลังจะใช้เครื่องมือแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แต่ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์ในแง่มุมต่าง ๆ บ้างก็เห็นด้วยและมองว่าไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะขณะนี้ยังไม่วิกฤติมากเพียงพอ แต่อีกส่วนก็มองว่าอยู่ในช่วงวิกฤติแล้ว ซึ่งหากไปถามประชาชน ที่มีข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด 2 แสนราย กว่า 97% มองว่าวิกฤตเช่นเดียวกับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัพ และประชาชนส่วนใหญ่พูดเหมือนกันหมดว่าวิกฤติ ทำให้วันนี้เราเถียงกันระหว่างเรื่องที่อยู่ในความเป็นจริงกับความฝัน และต้องถามไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าเคยฟังหรือเคยดูข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ เพราะการเติบโตของทุนนิยมในวันนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นจริง และเป็นทุนนิยมที่มีหัวใจ”นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันหากดูจากเศรษฐกิจโลก ทุกคนมองเหมือนกันหมดว่าไทยกำลังจะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีปัจจัยไม่แน่นอน อาทิ สงครามระหว่างประเทศ นำไปสู่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนการผลิต และต้นทุนการขนส่งที่ปรับสูงขึ้นด้วย ทำให้เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอนและยังมีปัญหาอยู่ แม้มีแนวโน้มไปได้ดีขึ้น แต่คำว่าไปได้ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าอยู่กับที่แล้วดีขึ้น จะต้องมีปัจจัยที่แหวกวงล้อมออกไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับประเทศต่าง ๆ ว่าจะสามารถคุมสภาพต่าง ๆ ได้ และดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างไรบ้าง

”ดิจิทัลวอลเล็ต คือ การดึงประชาชนเข้ามากู้วิกฤตด้วยกัน แจกเงินคนละ 10,000 บาท ไม่ได้คำนึงถึงคนจนหรือรวย แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้สอย เพื่อให้เกิดบรรยากาศและการเพิ่มกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยขยับขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะเครื่องจักรเศรษฐกิจหลายตัวดับลงเกือบหมด ทำให้การนำเงินไปเพิ่มกำลังซื้อ เพื่อขยับขึ้นมาหมุนวงจรเศรษฐกิจได้อีกหลายรอบ อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ แต่ยังไปไม่ได้ เพราะยังมีการตั้งคำถามอยู่ ซึ่งถือเป็นข้อพึงสังวร ไม่ใช่ข้อพึงปฏิบัติ รัฐบาลจึงจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพียงแต่นำข้อเสนอแนะต่างๆ มาร่วมรับฟังด้วย“ นายภูมิธรรม กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

ภูมิธรรม แจงเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เพราะต้องการเข้าไปทำงานให้ประชาชน

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai  การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่