
25 ธ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ออกสาร อธิบดีกรมสรรพากร ลงวันที่ 24 ธ.ค.2564 โดยระบุว่า ถึงพี่น้องชาวสรรพากร ทุกท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวสรรพากรทุกท่านที่แสดงความห่วงใย และ และส่งกำลังใจมาให้ผม ผมรู้สึกซาบซึ้งใจกับน้ำใจที่พี่น้องชาวสรรพากรได้มอบให้กับผมครับ
ขณะนี้ผมมีอาการติดเชื้อมีอาการไอและมีไข้ต่ำ ๆ อย่างไรก็ดีผมต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านอีกครั้งมา ณ ที่นี้
หากเจ้าหน้าที่สรรพากรท่านใดจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเฝ้าระวังผมขอให้พวกเราทุกคนปฏิบัติตนตามมาตรการและแนวทางที่กรมสรรพากรได้กำหนดไว้สำหรับท่านที่มีโอกาสเสี่ยงสูงหรือมีอาการขอให้ทำตรวจเพื่อหาเชื้อ และให้ท่านรีบไปพบแพทย์พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตามสายงานหรือผู้บังคับบัญชาทราบผลการตรวจทันที
ด้วยสถานการณ์ที่มีแนวโน้มการแพร่กระจายของเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ ผมขอให้พี่น้องชาวสรรพากรทุกคนปฏิบัติตามมาตรการแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้บริหารในแต่ละสายงานจะช่วยบริหารจำนวนบุคลากรและผู้ที่ต้องทำงานที่บ้านหรือเวิร์คฟอร์มโฮมให้เหมาะสมกับงานที่ต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยเฉพาะงานบางประเภทที่ไม่สามารถเวิร์คฟอร์มโฮมได้นั้น
ผมขอให้ท่านระมัดระวังความปลอดภัยให้เต็มที่ครับนอกจากนี้การจัดประชุมต่างๆขอให้ทำผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดความแออัดของผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึงขอให้ทุกท่านยึดถือมาตรการป้องกันโรค โควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเว้นระยะห่างล้างมือบ่อย ๆ อย่างเคร่งครัดครับ
ผมขอให้ทุกท่านปฎิบัติตัวและปฎิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและเพื่อนร่วมงานรวมไปถึงครอบครัวของท่านขอให้ทุกท่านปลอดภัยครับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากร ได้เข้าร่วมแถลงมาตรการของขวัญปีใหม่ ร่วมกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2564
โดยอธิบดีสรรพากร ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่เปิดเผยสถานที่ รวมทั้ง ชนิดของสายพันธุ์ ที่ได้รับการติดเชื้อ ในช่วงสายวันที่ 24 ธ.ค.2564
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทพิสูจน์ ‘รัฐบาลไร้รอยต่อ’ รับมือผลกระทบสงคราม!
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
‘เอกนิติ’ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี69โต3%+
‘เอกนิติ’ สุดปลื้มหลังสภาพัฒน์เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตแรง 2.5% ฟุ้งรับบท ‘หมอเอก’ ผ่าตัดเศรษฐกิจไทยพ้น ICU ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี 69 วิ่งทะลุ 3%+ เตรียมพร้อมคนละครึ่ง พลัส-เที่ยวดีมีคืน บูมต่อเนื่อง
คนละครึ่งมาแน่ สอท.จี้ปราบโกง หวังศก.ต่อเนื่อง
"เอกนิติ" การันตี "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน
‘เอกนิติ’คอนเฟิร์มเอง‘คนละครึ่ง พลัส’มาแน่!
‘เอกนิติ’ การันตี ‘คนละครึ่ง พลัส’ มาแน่!! แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน เดินหน้าออกแบบรายละเอียดโครงการ หวังให้มีความต่อเนื่อง ลุยเข็นต่อ ‘Thailand FastPass’ ดันเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาท พร้อมลุ้นงบปี 70 ดีเลย์ไม่เกิน 2-3 เดือน รับหากล่าช้าหวั่นกระทบเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย
“เอกนิติ” นำ ภท.หาเสียงตลาดเมืองไทยภัทร ช่วย “ประเดิมชัย” ชี้ กระแสคนเรียกร้องคนละครึ่งพลัส เฟส 2
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม. และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.
'เอกนิติ' ประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ โชว์ผลงาน 73 วัน พาเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มแล้ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก พร้อมกล่าวกับชาว กทม. ว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งแรกในชีวิต ตนไม่เคยคิดว่าจะมาปราศรัยการเมือง ส่วนที่ลาออกมาจากราชการเพราะอยากให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเพื่อให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เพราะตนฝันว่าอยากให้ประเทศไทยแข่งขันกับนานาประเทศ เพื่อเราจะได้ภูมิใจไทย ทำให้ประเทศไทยเราแข็งแกร่งขึ้น

