
“สรรพสามิต” ยันภาษีสุราไวน์ใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาสัปดาห์นี้ ฟุ้งหนุนจัดเก็บรายได้เพิ่ม 1 พันล้านบาท จ่อเปิดพิกัดภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ติดอาวุธเดินหน้าปราบปรามเต็มสูบ พร้อมเข็นออก Carbon TAX รีดภาษีธุรกิจทำลายสิ่งแวดล้อม
20 ก.พ. 2567 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยอมรับว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นการชะลอการขายไวน์ ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจ แต่กรมฯ ได้มีการประสานไปยังผู้ประกอบการล่วงหน้าแล้วว่า ภายในสัปดาห์นี้กฎกระทรวงเรื่องการปรับปรุงอัตราภาษีไวน์และสุราแช่พื้นบ้าน ไวน์ผลไม้ สุราแช่ชนิดอื่น ๆ จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีการเตรียมตัวในการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น โดยกรมฯ ประเมินว่าการปรับปรุงอัตราภาษีไวน์นั้น จะมีส่วนช่วยทำให้สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 900 ล้านบาท ถึง 1 พันล้านบาท จากปกติจัดเก็บได้ราว 1.5 พันล้านบาทต่อปี และโครงสร้างภาษีใหม่จะทำให้ราคาขายปลีกแนะนำสอดคล้องและสะท้อนราคาที่เป็นจริงมากขึ้น และทำให้มีการหลีกเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ กรมฯ ยังอยู่ระหว่างการจัดทำระบบสแกนเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสินค้าไวน์ว่าเป็นของจริง หรือเป็นสินค้าหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ ตรงนี้เพื่อเป็นการยืนยันความโปร่งใส่ของระบบของรัฐบาลด้วย
สำหรับความคืบหน้าเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบนั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษา และหารือร่วมกับหลาย ๆ หน่วยงาน เพราะต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยหากพิจารณาจากบทเรียนการศึกษาของต่างประเทศ จะพบว่า ทั่วโลกมีการจัดเก็บภาษีแบบ 2 อัตราอยู่เพียง 7 ประเทศเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สนับสนุว่าควรมีการจัดเก็บภาษียาสูบแบบอัตราเดียว ทำให้ตรงนี้กรมฯ ต้องรับฟังความเห็นและมุมมองอย่างครบถ้วน ซึ่งยืนยันว่าผลการศึกษาใกล้จะมีความชัดเจนออกมาแล้ว
อย่างไรก็ดี ในปีนี้กรมฯ เตรียมจะมีการเปิดพิกัดอัตราภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมบริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าสินค้าประเภทดังกล่าวจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่กรมฯ ยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ดังนั้นเมื่อมีการปราบปรามก็ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดี จึงทำให้การดำเนินการแก้ปัญหายังทำได้ไม่เต็มที่
“การเปิดพิกัดอัตราภาษีบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังจะดำเนินการนี้ ไม่ได้เป็นการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย หรือสูบได้ โดยการสูบยังถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายเช่นเดิม แต่เป็นการเปิดพิกัดเพื่อให้กรมฯ มีอำนาจในการปราบปรามดำเนินการจับและปรับได้ โดยแนวทางเบื้องต้นอัตราภาษีบุหรี่ไฟฟ้าจะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีบุหรี่ปกติ ส่วนรายละเอียดทั้งหมดยังต้องรอหารือกับฝ่ายนโยบายก่อน” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ กรมฯ ยังอยู่ระหว่างเตรียมจัดเก็บภาษีที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม (Carbon TAX) เพราะรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงมาก อาทิ สินค้ากลุ่มพลังงานและกลุ่มขนส่ง ประมาณ 70-80% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้จะสอดคล้องกับกติกาโลก และมาตรฐานสากลด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทพิสูจน์ ‘รัฐบาลไร้รอยต่อ’ รับมือผลกระทบสงคราม!
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
‘เอกนิติ’ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี69โต3%+
‘เอกนิติ’ สุดปลื้มหลังสภาพัฒน์เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตแรง 2.5% ฟุ้งรับบท ‘หมอเอก’ ผ่าตัดเศรษฐกิจไทยพ้น ICU ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี 69 วิ่งทะลุ 3%+ เตรียมพร้อมคนละครึ่ง พลัส-เที่ยวดีมีคืน บูมต่อเนื่อง
คนละครึ่งมาแน่ สอท.จี้ปราบโกง หวังศก.ต่อเนื่อง
"เอกนิติ" การันตี "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน
‘เอกนิติ’คอนเฟิร์มเอง‘คนละครึ่ง พลัส’มาแน่!
‘เอกนิติ’ การันตี ‘คนละครึ่ง พลัส’ มาแน่!! แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน เดินหน้าออกแบบรายละเอียดโครงการ หวังให้มีความต่อเนื่อง ลุยเข็นต่อ ‘Thailand FastPass’ ดันเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาท พร้อมลุ้นงบปี 70 ดีเลย์ไม่เกิน 2-3 เดือน รับหากล่าช้าหวั่นกระทบเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย
“เอกนิติ” นำ ภท.หาเสียงตลาดเมืองไทยภัทร ช่วย “ประเดิมชัย” ชี้ กระแสคนเรียกร้องคนละครึ่งพลัส เฟส 2
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม. และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.
'เอกนิติ' ประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ โชว์ผลงาน 73 วัน พาเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มแล้ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก พร้อมกล่าวกับชาว กทม. ว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งแรกในชีวิต ตนไม่เคยคิดว่าจะมาปราศรัยการเมือง ส่วนที่ลาออกมาจากราชการเพราะอยากให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเพื่อให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เพราะตนฝันว่าอยากให้ประเทศไทยแข่งขันกับนานาประเทศ เพื่อเราจะได้ภูมิใจไทย ทำให้ประเทศไทยเราแข็งแกร่งขึ้น

