ราเมศ ย้ำ รัฐบาลมีผลงานประจักษ์แบบไร้มาตรฐาน กรณีทักษิณ

25 ก.พ.2567 – นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ไม่ควรออกอาการมากเกินไป เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านทำงานเต็มที่ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างก็ต้องติดตาม และในเรื่องของห้วงเวลาก็เช่นกันที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเกิดขึ้นช่วงใด แต่ในส่วนของพรรคมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบในการเก็บข้อมูลการทำงานของรัฐบาลอยู่แล้ว

นายราเมศ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนเรื่องนายทักษิณ ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังไม่ได้ตอบคำถามที่สังคมมีข้อสงสัยใดๆเลย ทั้งๆที่เป็นหน้าที่โดยตรงตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน การเลือกปฏิบัติ คงใช้คำว่าสองมาตรฐานไม่ได้แต่เป็นรัฐบาลที่ไม่มีมาตรฐานใดๆ ในหลักการความถูกต้องเลยโดยเฉพาะเรื่องนายทักษิณ ชินวัตร และเป็นเรื่องเดียวที่รัฐบาลทำงานและเป็นชิ้นงานอันประจักษ์ที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี

วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'

ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง