
กรมพัฒนาธุรกิจ จับมือดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยเป็นนอมินี จ.ภูเก็ตเร็วๆ นี้ 59 ราย บริษัท อีเลเฟนท์ฯ เจ้าของปางช้าง “เดวิดเตะหมอ” รวมด้วย แต่เบื้องต้นพบ มีกรรมการ 3 คน เป็นไทย 2 คนถือหุ้น 51% และต่างชาติ 1 คน ถือหุ้นไม่เกิน 49% ไม่ขัด พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ยันใครเป็นนอมินี เพื่อให้ต่างด้าวเลี่ยงกฎหมาย โทษหนัก
5 มี.ค. 2567 – นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ กรมจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมการท่องเที่ยว ฯลฯ ไปตรวจสอบกรณีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อทำธุรกิจในไทยโดยเลี่ยงการปฏิบัติตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 โดยจะตรวจสอบธุรกิจเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เช่ารถตู้ โรงแรม รีสอร์ท อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ และมีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่เกิน 50% รวมถึง บริษัท อีเลเฟนท์ แซงชัวรี่ พาร์ค ภูเก็ต จำกัด ของนายเดวิด จากสวิสเซอร์แลนด์ เจ้าของปางช้างด้วย ซึ่งขณะนี้พบที่จะมีความเสี่ยงเป็นนอมินี 59 ราย
“กรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบนอมินีเป็นประจำอยู่แล้ว ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพราะบางธุรกิจเป็นธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว ที่ทำไม่ได้เลย และบางธุรกิจ หากคนต่างด้าวจะทำธุรกิจในไทยต้องขออนุญาต แต่การมีนอมินีก็เพื่อเลี่ยงกฎหมาย โดยในปี 67 มีแผนตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในจังหวัดท่องเที่ยว และกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอ ได้ประสานมาให้ลงไปตรวจที่จ.ภูเก็ต และพอดีมีข่าวของคุณเดวิด ก็จะเข้าไปตรวจสอบด้วย”
แต่จากข้อมูลการจดทะเบียนของกรม พบว่า บริษัท อีเลเฟนท์ฯ ดำเนินธุรกิจเลี้ยงช้าง และเปิดให้ชม จดทะเบียนนิติบุตคลปี 60 มีกรรมการ 3 คน เป็นคนไทย 2 คน ถือหุ้นสัดส่วน 51% อีก 1 คนเป็นต่างชาติ ถือหุ้นไม่เกิน 49% ซึ่งไม่ขัดกับพ.ร.บ.ต่างด้าว แต่ก็จะตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกด้วยเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ทั้ง 59 ราย หากพบต้องสงสัยเป็นนอมินี
สำหรับปี 67 กรมได้กำหนดแผนตรวจสอบนอมินีในจังหวัดท่องเที่ยว ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี รวมถึงกรุงเทพฯ ในย่านสำเพ็ง คลองถม เยาวราช ฯลฯ โดยเน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และมีคนคนต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50% ซึ่งมีทั้งหมด 26,019 ราย แต่จะตรวจสอบเชิงลึก เช่น เส้นทางการเงิน ฯลฯ, ทั้งหมด 419 ราย โดยในจำนวนนี้ ได้ขอข้อมูลเชิงลึกจากผู้ประกอบการไปแล้ว 313 ราย
ส่วนผลการตรวจสอบนอมินีในปี 66 กรมได้ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงรวม 15,000 ราย และเมื่อตรวจสอบแล้ว เห็นว่า ต้องตรวจสอบเชิงลึกประมาณ 400 ราย จึงได้ตรวจสอบต่อ จนพบพฤติกรรมน่าสงสัย และได้ส่งดำเนินคดีรวม 8 ราย ตามความผิดภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วนรายอื่นๆ ที่ไม่ผิดกฎหมายที่กรมดูแลอยู่ แต่ผิดกฎหมายของหน่วยงานอื่น เช่น ตรวจคนเข้าเมือง หรือภาษี ก็ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อแล้ว
ทั้งนี้ กรณีการเป็นนอมินี ถือเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน และกรรมการบริษัทก็จะมีความผิดด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พาณิชย์'ยกระดับสกัดนอมินี สั่งยื่น Bank Statement ก่อนจดบริษัท เริ่ม 1 ส.ค.นี้
พาณิชย์ยกระดับสกัดนอมินี ขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน Bank Statement มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป
พาณิชย์ชวนลงทุนโครงการ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส’
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชวนลงทุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส’ ลดความเสี่ยง เลี่ยงขาดทุน รัฐช่วยจ่าย 50% พร้อมหาทำเลขายให้และฟรีค่าเช่า 6 เดือน
เตือน!! ภาครัฐและเอกชนที่เชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจต้องไม่ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนภาครัฐและภาคธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลหรือขอถ่ายโอนข้อมูลนิติบุคคลจากกรมฯ ต้องไม่ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล หลังพบว่ามีการนำข้อมูลเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย PDPA ย้ำหากไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนจะมีความรับผิดทั้งซึ่งมีความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง
ตรวจสอบฟรี! ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนแต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น
รัฐบาลเดินหน้าช่วยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกรณีจนจริง แต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ล่าสุดมีผู้ยื่นตรวจสอบแล้วกว่า 700 ราย ย้ำตรวจสอบฟรี ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
พาณิชย์จับมือหน่วยงานรัฐ จัดการปัญหาต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี
พาณิชย์ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าป้องกันและปราบปราม การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย
พาณิชย์ย้ำ 1 ก.ค. ให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนรูปแบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว 100%
ย้ำ!! อีกครั้ง...พรุ่งนี้ 1 กรกฎาคม 2569กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดในรูปแบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว 100%

