
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำขึ้นลง รวมกว่า 32 ครั้ง ปิดตลาดบวก 400 บาท ระหว่างวันทำนิวไฮ รูปพรรณขายออกบาทละ 41,150 บาท ด้านศูนย์วิจัยทองคำ มองราคาทองก่อนสงกรานต์ ยังปรับขึ้นได้อีก แนะจับตา 2 ปัจจัยหนุนราคาทอง ความขัดแย้งตะวันออกกลาง และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
8 เม.ย. 2567 – รายงานข่าวจากสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำไทย เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ราคาผันผวนต่อเนื่อง ปรับขึ้นและปรับลงรวมกว่า 32 ครั้ง โดยเป็นผลมาจากราคาทองคําตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าขึ้น ทำให้ราคาทองคำเปิดตลาด ปรับเพิ่มขึ้น 400 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำรูปพรรณระหว่างวันขายออกทำสถิติใหม่สูงสุด อยู่ที่บาทละ 41,150 บาท โดยราคาทองคำปิดตลาดพบว่า ราคาทองแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 40,550 บาท และขายออก อยู่ที่ 40,650 บาท ส่วนราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่ 39,825.32 บาท และขายออก อยู่ที่ 41,150 บาท
ขณะที่ บรรยากาศร้านทองคำย่านเยาวราชคึกคักเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นช่วงวันหยุดยาว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากนำทองคำที่มีอยู่ไปขายคืน เพื่อทำกำไรจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับบางส่วนเชื่อว่าราคาทองคำไทยในปัจจุบัน ถือว่าสูงที่สุดแล้ว
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ทิศทางราคาทองคำวันที่ 8-12 เมษายน 2567 คาดว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทองคำทำสถิติแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์จากแรงซื้อทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านยืนยันจะตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีสถานทูตอิหร่านในซีเรีย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 10 เมษายน 2567 ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยลง แต่อาจมีความเป็นไปได้สูงที่ กนง. จะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงเดือน มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ตลาดคาดว่าสหรัฐฯ น่าจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน
รายงานข่าวจาก ฮั่วเซ่งเฮง ผู้ประกอบธุรกิจทองคำและการให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำ ทั้งทองคำโลกและทองคำไทยปี 2567 ราคาทองโลกปรับตัวขึ้น 12.94% จากต้นปี ส่วนราคาทองไทยปรับตัวขึ้นกว่า 19.61% จากต้นปี ซึ่งให้ผลตอบแทนมากกว่าตลาดหุ้นทั้งสหรัฐและไทย ซึ่งทองคำไทยให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำโลก จากแรงหนุนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากถึง 6.59% แม้ดอลลาร์จะแข็งค่าเพียง 2% ซึ่งเงินบาทอ่อนค่าจากดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากภาพการส่งออกแผ่วลง และความล่าช้าของการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ส่งผลให้เงินบาทจึงยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง หนุนราคาทองคำแท่งภายในประเทศต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประธาน FETCO ไม่วางใจผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง จับตาความผันผวน 'น้ำมัน-พลังงาน'
ภาวะตลาดเช้านี้ ยังไม่มี panic ช่วงที่เปิดตลาดมา ที่ตกมากสุด คงเป็นที่ญี่ปุ่น Nikkei -2.2% ตลาดหุ้นยุโรปลงใกล้ๆ กัน
หน.ทีมศก.พรรครักชาติ ชี้ศึกตะวันออกกลางลุกลาม ทุนใหญ่หนีตาย ทองพุ่งแต่ต้องใช้สติก่อนซื้อ
หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ห่วงความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่านส่อเค้าบานปลายกลายเป็นวิกฤตระดับภูมิภาคที่ยืดเยื้อ
ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
แนวโน้มราคาทองไตรมาศสุดท้าย เมื่อเงินบาทยังแข็งค่า
เป็นที่จับตามองมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2025 สำหรับ แนวโน้มราคาทองทั้งในและต่างประเทศที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นการลงทุนจากผู้ที่กำลังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนไปได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนไทย สิ่งที่ต้องจับตามองไม่แพ้กันคือ ผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ “ชะลอแรงขึ้นของราคาทองในประเทศ” แม้ว่าราคาทองคำโลกจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
ทองปลอมขายดี คนแห่ซื้อหลังราคาทองพุ่ง เผยเอาไปใส่ออกงาน
ร้านทองคำปลอมขอนแก่นขายดี คนแห่ซื้อใส่รับทองแพง เพื่อออกงาน ขณะที่ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่เส้นละ 600 บาท พร้อมยืนยันทุกชิ้นเกรดดี ไม่ลอก ไม่ดำ และจำนำไม่ได้
ราคาทองคำทุบสถิติไม่เลิก วันนี้ขึ้นอีก รูปพรรณราคาแตะบาทละ 51,500 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายทองคำของสมาคมค้าทองคำประจำวันที่ 1 เม.ย.ว่า ทันทีที่เปิดตลาดซื้อขายเมื่อเวลา 09.02 น. ราคาทองปรับขึ้นทันที่ 450 บาทต่อบาททองคำ

