'มนพร' ผุดหลัก7หลักสูตรปั้นนักบินโดรน

มนพร’สั่ง ‘สบพ.’ผุดหลักสูตรปั้นนักบิน ‘โดรน’รองรับให้ทันโลก เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตรตามมาตรฐาน กพท. อบรมทั้งภาคทฤษฎี-ปฏิบัติบัตร หลักสูตรละ 20 คน ค่าใช้จ่าย หมื่น/หลักสูตร

28 พ.ค.2567-นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบาย และเน้นย้ำให้สถาบันการบินพลเรือน(สบพ.) ผลิตหลักสูตรที่มีความทันสมัย และรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมการบิน โดยเฉพาะหลักสูตรการเรียนการสอน และการฝึกอบรมเกี่ยวกับนักบินอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อให้สามารถผลิต และพัฒนาบุคลากรด้านการบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินที่มีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยตามหลักสากล

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันโดรนได้รับความนิยมในการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และโดรนมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถทำงานได้หลายอย่าง รวมทั้งมีศักยภาพในการบินที่สูงมากขึ้นด้วย

ด้าน น.ส.ภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า สบพ. โดยกองวิชาบริการการจราจรทางอากาศ(กวจ.) มีความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน ในหลักสูตรสำหรับนักบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน(โดรน) เพื่อผลิตนักบินโดรน ให้มีความความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ และมีทักษะในการบินโดรนที่ถูกต้อง และปลอดภัยตามหลักสากล และเป็นไปตามกฎหมายด้านการบินของประเทศไทย เพื่อรองรับการจ้างงาน และพัฒนาทักษะอาชีพนักบินโดรนของประเทศไทยที่มีศักยภาพในอนาคต

น.ส.ภัคณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า สบพ. ได้เตรียมจัดทำหลักสูตรนักบินโดรนไว้แล้ว 7 หลักสูตรตามมาตรฐานของ กพท. ประกอบด้วย 1. หลักสูตร Basic Drone Flying Skills For The Beginner (ทักษะการบินโดรนสำหรับผู้เริ่มต้น) 2. หลักสูตร Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate Course. RVC (Multi-Rotor) หลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทปีกหมุน 3. หลักสูตร Remote Pilot Aircraft Certificate Course. (Agriculture) หลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทโดรนเกษตร

4. หลักสูตร Remote Pilot Aircraft Certificate Course. (Engineering Survey Drones) หลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทโดรนสำรวจทางวิศวกรรม 5. หลักสูตร Remote Pilot Aircraft Certificate Course. (Public Disaster Relief Drones) หลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทโดรนบรรเทาสาธารณภัย)

6. หลักสูตร Remote Pilot Aircraft Certificate Course. [Engineering Survey Drones: Beyond Visual Line of Sight (BVLOS) หลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทโดรนสำรวจทางวิศวกรรม (ระยะเกินสายตา) และ 7. หลักสูตร Unmanned Aircraft System for Executive หลักสูตรอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับผู้บริหาร

น.ส.ภัคณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สบพ. ได้เริ่มประกาศรับสมัครบุคลากรที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมทั้ง 7 หลักสูตรแล้ว หลักสูตรละประมาณ 20 คน โดยแต่ละหลักสูตรจะใช้เวลาการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติไม่เท่ากัน อยู่ที่ประมาณ 2-9 วัน ค่าใช้จ่ายหลักสูตรละประมาณ 2 หมื่นบาท ปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจมาสมัครบ้างแล้ว แต่ยังไม่เต็มจำนวน

อย่างไรก็ตาม สบพ. เคยเปิดสอนหลักสูตรนักบินอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ประเภทปีกหมุนมาแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อน โดยอบรมให้กับบุคคลทั่วไป และบุคลากรจากบริษัทเอกชน รวม 18 คน แต่ต้องหยุดหลักสูตรไป เนื่องจากรอ กพท. ประกาศกฎหมายใหม่ในการจัดทำหลักสูตรฯ จนกระทั่งปัจจุบันได้กลับมาทบทวนหลักสูตรดังกล่าว และเปิดใหม่อีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ