
กรมการค้าต่างประเทศนำนวัตกรรมมาใช้ในการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form RCEP เผยใช้เวลาเหลือไม่เกิน 10 นาที ส่วนเอกสารป้องกันการปลอมแปลง มี QR Code ตรวจสอบย้อนกลับได้ มั่นใจอำนวยความสะดวกผู้ส่งออกขยายตลาด RCEP ได้ง่ายขึ้น
7 ม.ค. 2565 นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ระบบออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form RCEP ระบบการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดของสินค้า หรือ ROVERs และระบบการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต (Self-Certification) เพื่อใช้ประโยชน์ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้พร้อมเปิดให้บริการแล้ว โดยกรมฯ ได้นำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ระบบออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form RCEP ที่กรมฯ ได้พัฒนาขึ้น เป็นการนำลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ (Electronic Signature and Seal : ESS) มาพิมพ์ลงบน Form RCEP แทนการลงลายมือชื่อและประทับตราด้วยมือ ช่วยให้สามารถลดระยะเวลารับบริการเหลือเพียงไม่เกิน 10 นาทีต่อฉบับ และยังใช้รูปแบบการพิมพ์ Form RCEP ลงบนกระดาษ A4 รูปแบบพิเศษ ที่สามารถป้องกันการปลอมแปลง และมีการเพิ่ม QR Code เพื่อยืนยันความถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดการตรวจสอบย้อนกลับจากศุลกากรปลายทาง ทำให้มั่นใจได้ว่า Form RCEP ดังกล่าวที่ออกโดยกรมฯ มีข้อมูลถูกต้อง ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าไทยและช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง
“ระบบการให้บริการออก Form RCEP เป็นส่วนหนึ่งของ 1 ใน 118 รายการของบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวของกระทรวงพาณิชย์ (MOC Online One Stop Service) ที่ดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งปรับปรุงการให้บริการเข้าสู่ดิจิทัล”นายพิทักษ์กล่าว
สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ Form RCEP จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทย เนื่องจากตลาด RCEP มีขนาดใหญ่และมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันมากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังได้ประโยชน์ในด้านการนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบจากประเทศสมาชิกในกลุ่ม RCEP เพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าไทยโดยใช้กฎการสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าและส่งออกไปยังประเทศสมาชิกในกลุ่ม RCEP เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี ณ ประเทศปลายทาง โดยผู้ประกอบการไทยสามารถเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความหลากหลายและสามารถนำมาสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าได้จากทุกประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่ม RCEP ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิตและสร้างแต้มต่อให้แก่ในตลาดต่างประเทศ
โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก RCEP ในช่วง 11 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 2.97 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.97% และคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60.7% ของมูลค่าการค้าของไทยทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พาณิชย์'เดินหน้าดันมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
พาณิชย์ เปิดตัวเลข 9เดือนของปี 2569 ส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง 3.24 ล้านตัน มูลค่า 54,200.61 ล้านบาท มูลค่า1,697.80 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมหนุนพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมปลายน้ำ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
รัฐบาลผนึก 3 แพลตฟอร์มดัง ลดค่า GP นาน 6 เดือน ช่วย SME ประหยัดต้นทุน เริ่ม 1 ธ.ค.นี้
รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือรัฐ–เอกชน ลดค่า GP บน 3 แพลตฟอร์มออนไลน์ หนุน SME 1.2 ล้านราย คาดเพิ่มรายได้ 1,930 ล้านบาท เริ่ม 1 ธ.ค. นี้ นาน 6 เดือน
ขยายเวลา 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส' ถึง ธ.ค.2570
รัฐบาลขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' ถึง ธ.ค.70 เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีรายได้ มีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจรายใหม่
“Thai Night Busan 2026” กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เชื่อมคอนเทนต์ไทยกับพันธมิตรทั่วโลก สร้างโอกาสการค้าและความร่วมมือที่เข้มแข็งในอุตสาหกรรมบันเทิง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Thai Night Busan 2026” ภายใต้แนวคิด “Reimagining Thailand” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569

