
เบื้องหลังเมล็ดข้าวเล็ก ๆ แต่ละเมล็ด ซ่อนความหลากหลายของสายพันธุ์ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ที่สั่งสมอยู่ในแต่ละท้องถิ่น ข้อมูลการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองไทยมีการบันทึกชื่อพันธุ์ไว้ถึง 5,928 ชื่อพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์มีเอกลักษณ์แตกต่างกันทั้งสี รูปร่าง กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส ความหลากหลายเหล่านี้ไม่เพียงเป็นมรดกทางการเกษตรของไทย แต่ยังเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทย ก้าวข้ามการแข่งขันด้านปริมาณและราคา สู่การพัฒนาข้าวคุณภาพสูงที่มีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะตัว
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงขับเคลื่อนแนวคิด New Rice Economy ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2569 หรือโครงการข้าวประณีต มุ่งยกระดับข้าวไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง ด้วยการให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย อัตลักษณ์ข้าวท้องถิ่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ โดยมีการคัดเลือกกลุ่มข้าวประณีตรุ่นแรก 200 กลุ่ม ใน 54 จังหวัด พร้อมตั้งเป้าหมายขยายการดูแลให้ครอบคลุม 466 ชุมชนทั่วประเทศ

การยกระดับข้าวประณีตจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพของผลผลิต แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังข้าวแต่ละสายพันธุ์ ผ่านงานเทศกาลข้าวประณีต KHAOPRANEAT Fair 2026 เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร 30 กลุ่ม นำเสนอผลิตภัณฑ์และเชื่อมโยงข้าวคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและผลักดันข้าวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เทศกาลข้าวประณีตเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การยกระดับข้าวไทยสู่สินค้ามูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดสินค้าเกษตร รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สร้างความไม่แน่นอนต่อปริมาณผลผลิตและราคาข้าว ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างเวียดนามและอินเดียที่มีศักยภาพด้านต้นทุน การแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียวจึงเป็นความท้าทายสำคัญ การสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพและอัตลักษณ์ เพื่อยกระดับข้าวไทยสู่สินค้าพรีเมียมที่มีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มรายได้และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร

แนวคิดข้าวประณีตเป็นการยกระดับข้าวไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์และพื้นที่เพาะปลูก การดูแลและเก็บเกี่ยว การลดความชื้น การสีและคัดคุณภาพ ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และสร้างแบรนด์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละชนิด ไม่ใช่เพียงการทำให้ข้าวมีราคาสูงขึ้น แต่ต้องสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ พร้อมแสดงข้อมูลแหล่งกำเนิดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
“โดยมีแนวทางวางพัฒนาข้าวประณีต 4 ด้าน ได้แก่ การผลิตและจัดการหลังเก็บเกี่ยว การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานและรับรองคุณภาพ ตลอดจนการทำตลาดและเชื่อมโยงช่องทางจำหน่าย โดยใช้แนวคิดตลาดนำการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ และความยั่งยืน ควบคู่กับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าว สนับสนุนเครื่องมือการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน” ดร.กิริฎา กล่าว
ด้านการตลาดดร.กิริฎา กล่าวว่า จะเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่ง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายและจับคู่ธุรกิจ พร้อมนำเทคโนโลยีอย่างแอปพลิเคชันใกล้เก็บเกี่ยวมาใช้ประเมินปริมาณผลผลิตและวางแผนการผลิตให้เหมาะสม เป้าหมายสำคัญคือทำให้ข้าวประณีตเข้าถึงตลาดที่ตรงกับศักยภาพของแต่ละชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลายของพันธุ์ข้าวไทย และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้านญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การจัดงานฯ ข้าวประณีตมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพข้าวไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ตั้งแต่การจัดการผลผลิต การอบลดความชื้น การคัดเมล็ด การแปรรูป การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพัฒนาตลาด เพื่อให้ข้าวไทยมีคุณภาพและอัตลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่การเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย สร้างโอกาสทางการค้า และผลักดันข้าวคุณภาพจากชุมชนทั่วประเทศให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น
สนุ่น สมีเพชร ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท้องคลอง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านท้อง มุ่งเน้นการผลิตข้าวคุณภาพด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีและงดการเผาฟางข้าว ปัจจุบันมีสมาชิกหลัก 9 คน ดูแลพื้นที่เพาะปลูกรวมประมาณ 767 ไร่ พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพิ่มเติมอีก 20 ราย ให้พัฒนากระบวนการผลิตตามมาตรฐานทางการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค โดยดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี

สนุ่น กล่าวต่อว่า การเข้าถึงตลาดข้าวคุณภาพช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทำให้กลุ่มสามารถรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ก่อนนำมาแปรรูปเป็นข้าวสาร ขนม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าและตลาดต่าง ๆ ทั้งนี้ กลุ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรเห็นประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ศักดิ์ เพชรสุข รองประธานกลุ่มเกษตรทำนาตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า มีส่งเสริมการผลิตข้าวด้วยวิธีธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ โดยอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ต้นน้ำจากเทือกเขาบรรทัด พร้อมใช้ปุ๋ยที่ผลิตเองและจุลินทรีย์ท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุน กลุ่มมีพื้นที่ปลูกข้าวราว 900 ไร่ แบ่งเป็นข้าวสังข์หยดประมาณ 500 ไร่ และอื่นๆ โดยมีเกษตรกรในเครือข่ายประมาณ 1,700 ราย ข้าวสังข์หยดใช้เวลาปลูกประมาณ 150 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 350 กิโลกรัมต่อไร่ และมีเอกลักษณ์ด้านกลิ่น รสสัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

“เราส่งเสริมตลาดที่เป็นธรรมด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ก่อนแปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายในพื้นที่กิโลกรัมละ 55 บาท และจำหน่ายนอกพื้นที่รวมถึงช่องทางออนไลน์กิโลกรัมละ 80 บาท เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกร และส่งเสริมการดูแลสุขภาพดิน น้ำ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”ศักดิ์กล่าว
อำนวย มาพร้อม รองประธานวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านดงเค็ง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนดำเนินงานผลิตข้าวอินทรีย์ควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้านของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีกลุ่มข้าวอินทรีย์ประมาณ 25 คน และกลุ่มนาแปลงใหญ่อีก 60 คน แบ่งพื้นที่เพาะปลูกระหว่างระบบอินทรีย์และระบบที่ใช้สารเคมีอย่างชัดเจน พร้อมอนุรักษ์ข้าวพื้นบ้านไว้ประมาณ 30 สายพันธุ์ เช่น ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิดั้งเดิม ข้าวก่ำ และข้าวหอมกระดังงา

อำนวย กล่าวต่อว่า การปลูกข้าวแต่ละสายพันธุ์ต้องแยกพื้นที่เพื่อป้องกันการปะปน พร้อมศึกษาและคัดเลือกพันธุ์ที่มีคุณภาพดี กลิ่นหอม และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูกาลถัดไปและถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง นอกจากนี้ ยังนำข้าวบางสายพันธุ์มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ชาข้าวหอมกระดังงา เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘พาณิชย์’ลุยเคหะร่มเกล้าจัดไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ
‘พาณิชย์’ ลุย เคหะร่มเกล้า จัดไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ขนสินค้าจำเป็นกว่า 100 รายการ ลดสูงสุด 62% ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำท่วมย้ำเดินหน้าดูแลประชาชนเต็มที่ คาดเฟส 1 ช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท
ขยายเวลา 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส' ถึง ธ.ค.2570
รัฐบาลขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' ถึง ธ.ค.70 เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีรายได้ มีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจรายใหม่
“Thai Night Busan 2026” กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เชื่อมคอนเทนต์ไทยกับพันธมิตรทั่วโลก สร้างโอกาสการค้าและความร่วมมือที่เข้มแข็งในอุตสาหกรรมบันเทิง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Thai Night Busan 2026” ภายใต้แนวคิด “Reimagining Thailand” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569
กคช. ร่วมมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา-กรมการค้าภายใน ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ดูแลกลุ่มเปราะบาง ลดค่าครองชีพ
การเคหะแห่งชาติพร้อมผู้บริหาร ร่วมกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ภาคีเครือข่าย และทีมช่างกว่า 200 คน ลงพื้นที่ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

