
“ดอนเมืองโทลล์เวย์” แจ้ง 22 ธ.ค.2567 ปรับขึ้นค่าผ่านทาง 5-10 บาท ชี้เป็นการปรับขึ้นตามสัญญาสัมปทานทุก 5 ปี ด้าน “สุริยะ” สั่ง “ทางหลวง”เจรจากับเอกชนชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทาง หวังลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
20 มิ.ย. 2567 -นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด่วนโทลล์เวย์ ได้ประกาศขึ้นค่าผ่านทางอีก 5-10 บาท โดยอ้างว่าเป็นไปตามสัญญาสัมปทานที่ให้ปรับขึ้นได้นั้น ในเรื่องนีี้มีรายละเอียดมาก ตนจึงได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งเป็นหน่วยงานคู่สัญญาให้พิจารณาแนวทางเจรจากับเอกชนชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด่วนโทลล์เวย์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก Don Muang Tollway ระบุว่า ในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เวลา 00:01 น. จะปรับอัตราค่าผ่านทาง สำหรับรอบระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ถึง วันที่ 21 ธันวาคม 2572 โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงค่าผ่านทาง จากอัตราในปัจจุบัน ช่วงดินแดง-ดอนเมือง จะมีการเปลี่ยนแปลง 10 บาท (ค่าเฉลี่ย 2 บาทต่อปี) ,ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน จะมีการเปลี่ยนแปลง 5 บาท (ค่าเฉลี่ย 1 บาทต่อปี)
ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับราคา 10 บาทต่อคัน ดังกล่าวจะส่งผลให้ รถ 4ล้อ ตลอดเส้นทางยกระดับ ดินแดง-ดอนเมือง ขาออก จะปรับจากเดิม 80 บาทต่อคัน เป็น 90 บาทต่อคัน ส่วนรถที่ขึ้นจากด่าน หลักสี่ขาออก และด่านอนุสรณ์สถาน จาก 35 บาทต่อคันปรับเป็น 40 บาทต่อคัน และ รถมากกว่า 4 ล้อ จะปรับจาก 110 บาทต่อคัน เป็น 120 บาทต่อคัน ส่วนรถขาเข้าเมือง 4ล้อจากช่วงอนุสรณ์สถาน-ดินแดง จาก 120 บาทต่อคัน เพิ่มเป็น 130 บาทต่อคัน ส่วนรถมากกว่า 4ล้อจะปรับขึ้น สูงสุดที่ 170 บาทต่อคัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
กุ้งแลกปลากะพง! กษ.ชงข้อเสนอเจรจามาเลเซีย
รัฐบาลเร่งคลี่คลายปัญหากุ้งไทยส่งออกมาเลเซีย 'กระทรวงเกษตรฯ' เดินหน้าเจรจา แลกปรับมาตรการตรวจสอบนำเข้าปลากะพง ลดผลกระทบเกษตรกร

