กนง.เคาะลดจำนวนประชุมนโยบายการเงินเหลือ6ครั้ง/ปี

“กนง.” มีมติลดจำนวนประชุมนโยบายการเงิน เหลือปีละ 6 ครั้ง จากเดิม 8 ครั้ง ระบุข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากในช่วงสั้น พร้อมช่วยลดภาระการคาดเดาของตลาดการเงิน

11 ม.ค. 2565 นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดจำนวนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเหลือปีละ 6 ครั้งต่อปี (ทุก 7-10 สัปดาห์) จากเดิม 8 ครั้งต่อปี (ทุก 6-8 สัปดาห์) โดยยังคงการเผยแพร่รายงานนโยบายการเงิน 4 ครั้งต่อปี เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากในช่วงสั้น ๆ หากมีข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้การวิเคราะห์มีคุณภาพมากขึ้น และช่วยให้สามารถมองข้ามความผันผวนที่มาจากข้อมูลระยะสั้นได้

นอกจากนี้ การประชุมบ่อยครั้งอาจกระทบการคาดการณ์ของตลาดการเงินโดยไม่จำเป็น ดังนั้นความถี่ของการประชุมที่ลดลงจะช่วยให้ตลาดการเงินสามารถคาดการณ์ทิศทางนโยบายได้ชัดเจนขึ้น และเป็นการสะท้อนถึงขีดจำกัดของนโยบายที่ไม่อาจปรับแต่งภาวะเศรษฐกิจได้อย่างละเอียดใกล้ชิด (limited ability to fine-tune) รวมถึงเป็นการบริหารเวลาและทรัพยากรที่มีจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นไปที่การวิเคราะห์เชิงลึก (in-depth analysis) เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบาย

“ธนาคารกลางต่างประเทศมีทิศทางการปรับลดจำนวนครั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจมีพลวัตรที่เคลื่อนช้า ๆ ขณะที่การประเมินต้องมองระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อกำหนดแนวนโยบาย ดังนั้นที่ประชุม กนง. จึงมีมติลดจำนวนการประชุมลง แต่หากมีเหตุจำเป็นจริง ๆ สามารถนัดประชุมพิเศษได้ ซึ่งการลดจำนวนครั้งในการประชุมลงนั้น ก็คิดว่าพอเพียง และเป็นความยืดหยุ่น” นายปิติ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' บอกยังไม่ได้รับรายงานถอนเงินสดสูงผิดปกติ!

'อนุทิน'​ ไม่ได้รับรายงานกระแสซื้อเสียงภาคใต้หนัก​ บอกธปท.​ มีหน้าที่กำกับดูแล​ หากพบธุรกรรม​-ถอนเงินสดผิดปกติจริง​ ยังเชื่อแนวทางลงพื้นที่แบบออร์แกนิค​

'สมาคมเศรษฐศาสตร์ฯ' ล่าชื่อ ออกแถลงการณ์ 'ความขัดแย้งระหว่าง ธปท.กับ ฝ่ายการเมือง'

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย TDRI ในฐานะ นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย และ นายวิศาล บุปผเวส เลขาธิการสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้รวบรวมรายชื่อเตรียมออกแถลงการณ์เรื่อง ความขัดแย้งระหว่าง ธปท.กับ ฝ่ายการเมือง มีใจความว่า