วิจัยกรุงศรี คาดการณ์อุทกภัยปี 67 เสี่ยงสูงช่วงกันยายน-ตุลาคม แต่ไม่รุนแรงเท่าปี 54

วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มอุทกภัยในประเทศไทยปี 2567 ชี้ความเสี่ยงเพิ่มสูงในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะเดือนกันยายนและตุลาคม เนื่องจากการเข้าสู่ภาวะลานีญาและอิทธิพลของมรสุม อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในปีนี้จะไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยปี 2554

13 ก.ย. 2567 - วิจัยกรุงศรีได้วิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ดัชนีสมุทรศาสตร์ ทั้งดัชนี ONI ที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภาวะลานีญาอย่างรวดเร็วหลังจากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงต้นปี และดัชนี PDO และ IOD ที่แสดงแนวโน้มพายุในภูมิภาคที่มีผลอย่างมากต่อปริมาณฝนในไทย ตลอดจนอิทธิพลจากพายุประจำปี ทั้งพายุที่จะเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงและเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทย ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ปริมาณฝนในไทยจะมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 15-16% และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่ภาวะลานีญาอย่างเต็มตัวในเดือนตุลาคม 2567 ทำให้ในเดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงอุทกภัยในทุกภูมิภาค โดยพื้นที่เสี่ยงสูงได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางส่วนของภาคใต้ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นทางน้ำผ่าน และภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลอดจนทรัพย์สิน อาทิ ครัวเรือน โรงงาน เครื่องจักร สินค้าเกษตร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคได้

ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีได้จำลองสถานการณ์ไว้ 3 กรณี โดยในกรณีฐาน คาดว่าจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 8.6 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 4.65 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.27% ของ GDP อย่างไรก็ตาม ความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐที่ดีขึ้น และการพัฒนาระบบป้องกันของภาคเอกชนโดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม จะช่วยลดทอนผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2554

พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (จำกัด) มหาชน กล่าวว่า “แม้ว่าความเสี่ยงอุทกภัยในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้น แต่วิจัยกรุงศรีคาดว่าจะไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยปี 2554 เนื่องจากในปี 2567 นี้มีปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่า มีพื้นที่รองรับน้ำมากกว่า รวมถึงความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐและการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนที่พัฒนาขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อีกหลายประการ โดยเฉพาะจำนวนพายุที่เคลื่อนที่เข้าสู่ไทยที่จะส่งผลต่อปริมาณฝนและพื้นที่ที่เกิดฝนตกหนัก อันเนื่องมาจากภาวะโลกรวนในปัจจุบันที่ทำให้สภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว หรือ Extreme weather เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ป่าตอง' เปิดศูนย์เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำป่า-ดินสไลด์ เร่งตรวจสอบสิ่งก่อสร้างบนภูเขา

นายกฯป่าตองเร่งตรวจสอบสาเหตุดินสไลด์ หินถล่ม สิ่งก่อสร้างบนภูเขา  เปิดศูนย์เยียวยาผู้ประสบภัย 27 ต.ค.นี้

ภูเก็ต ประกาศเตรียมพร้อมภาวะฉุกเฉิน 'น้ำท่วมดินถล่ม' สำรองอาหาร สิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ

ผู้ว่าฯภูเก็ต ออกประกาศจังหวัด ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ น้ำท่วมดินถล่ม คลื่นลมแรง 26-28 ต.คนี้

สถานการณ์น้ำท่วม 'ภูเก็ต' กระทบกว่า 100 ครัวเรือน เตือนฝนหนักต่อเนื่อง 26–30 ต.ค.นี้

รัฐบาลเผย สถานการณ์น้ำท่วมภูเก็ต กระทบกว่า 100 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เร่งระดมสรรพกำลังฟื้นฟูทำความสะอาดต่อเนื่อง เตือนชาวภูเก็ตเฝ้าระวังฝนหนักต่อเนื่อง 26–30 ต.ค.นี้

'ภูเก็ต' เปิดศูนย์พักพิง 3 แห่ง ระดมล้างโคลน รับมือฝนถล่มซ้ำ

'รองผวจ.ภูเก็ต' ลงพื้นที่ป่าตอง บัญชาการฟื้นฟูหลังน้ำลด ระดมล้างโคลน เปิดศูนย์พักพิง 3 แห่ง เตือนระวังฝนตกสะสมต่อเนื่อง