
‘สุริยะ’ สั่งการ ‘บขส.-ขบ.’ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุรถบัสไฟไหม้ พร้อมส่งรถประจำทางชั้นพิเศษส่งบ้าน-เยียวยาสภาพจิตใจ-ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ย้ำต้องไม่เกิดเหตุซ้ำและหาแนวป้องกันขั้นสูงสุด สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง และสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด
1 ต.ค.2567-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถบัสนำนักเรียนมาทัศนศึกษาเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณหน้าเซียร์รังสิต ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 72 บริเวณถนนวิภาวดี โดยเหตุการณ์เบื้องต้นรถบัสทะเบียน 30-0423 จ.สิงห์บุรี โดยจะนำนักเรียนจากโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มาทัศนศึกษาโดยมีนักเรียนทั้งหมด 39 คน และ ครู อีกจำนวน 6 คน ทั้งนี้จุดเกิดเหตุนั้นยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้เสียชีวิตได้อย่างชัดเจน แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมเจ้าหน้าที่ เพื่อเร่งช่วยที่ผู้ประสพเหตุโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้เร่งหาข้อเท็จจริง และสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการต่างๆ รวมถึง แนวทางในการจัดทำมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้ให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดรถประจำทางชั้นพิเศษ จำนวน 3 คัน เพื่อเพื่อนำนักเรียน และครู ที่ประสพเหตุนำพาส่งบ้านพักอาศัย ที่จังหวัด อุทัยธานี และภายหลังจากนั้น จะให้หน่วยงาน ขนส่งทางบก (ขบ.) เข้าติดตามครอบครัวผู้ประสพเหตุรวมถึงเยียวยาตามข้อกฏหมาย และเยียวยาสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุริยะ' รอหนังสือตอบ 'รมว.เกษตรมาเลเซีย' นัดหารือเคลียร์ปมระงับกุ้งไทย 5 สายพันธุ์
สุริยะ เผยความคืบหน้าเดินทางไปเจรจากับรมว.เกษตรของประเทศมาเลเซีย เพื่อปลดล็อคกุ้งไทย 5 สายพันธุ์
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
กุ้งแลกปลากะพง! กษ.ชงข้อเสนอเจรจามาเลเซีย
รัฐบาลเร่งคลี่คลายปัญหากุ้งไทยส่งออกมาเลเซีย 'กระทรวงเกษตรฯ' เดินหน้าเจรจา แลกปรับมาตรการตรวจสอบนำเข้าปลากะพง ลดผลกระทบเกษตรกร

