เช็กที่นี่ 'ทางหลวงชนบท' แจ้งเส้นทางน้ำท่วมภาคใต้ผ่านไม่ได้ 29 สายทาง

‘กรมทางหลวงชนบท’ รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ สัญจรผ่านไม่ได้ 29 สายทาง พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน

28 พ.ย.2567-นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วม และน้ำป่าไหลหลากปิดทับสายทางหลวงชนบทในหลายพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน (วันที่ 28 พ.ย. 67 เวลา 11.30 น.) สำนักบำรุงทาง ได้รายงานถึงสายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสงขลา จำนวน 53 สายทาง

ทั้งนี้ แบ่งแป็น สัญจรผ่านได้ จำนวน 24 สายทาง และสัญจรผ่านไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง จำนวน 29 สายทาง โดยมีสายทางที่สัญจรผ่านไม่ได้ ดังนี้

1. จังหวัดนราธิวาส ถนนสาย นธ.2003 แยก ทล.42 – บ้านมะนังตายอ อำเภอยี่งอ, เมือง (ช่วง กม.ที่ 5+500 ถึง กม.ที่ 7+300) ถนนสาย นธ.2021 แยก ทล.42 – บ้านคลอแระ อำเภอบาเจาะ (ช่วง กม.ที่ 5+400 ถึง กม.ที่ 5+800)

ถนนสาย นธ.4001 แยก ทล.4056 – บ้านตันหยงมัส อำเภอระแงะ (ช่วง กม.ที่ 5+400 ถึง กม.ที่ 5+600)

ถนนสาย นธ.4006 แยก ทล.4060 – บ้านบริจ๊ะ อำเภอศรีสาคร, รือเสาะ (ช่วง กม.ที่ 12+000 ถึง กม.ที่ 13+000) ถนนสาย นธ.4007 แยก ทล.4136 – ภายในศูนย์ราชการ อำเภอเมือง (ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 1+000) ถนนสาย นธ.4008 แยก ทล.4055 – บ้านป่าไผ่ อำเภอระแงะ (ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 0+500)

ถนนสาย นธ.4010 แยก ทล.4057 – บ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง (ช่วง กม.ที่ 6+000 ถึง กม.ที่ 7+000)

ถนนสาย นธ.4011 แยก ทล.4055 – บ้านบูเก๊ะซามี อำเภอจะแนะ, ระแงะ (ช่วง กม.ที่ 13+000 ถึง กม.ที่ 13+300) ถนนสาย นธ.4016 แยก ทล.4066 – บ้านกาโต๊ะ อำเภอรือเสาะ (ช่วง กม.ที่ 3+500 ถึง กม.ที่ 4+800) ถนนสาย นธ.4018 แยก ทล.4067 – บ้านคอลอกาเว อำเภอรือเสาะ, ศรีสาคร (ช่วง กม.ที่ 7+500 ถึง กม.ที่ 9+000) ถนนสาย นธ.4019 แยก ทล.4056 – บ้านกูจำ อำเภอเจาะไอร้อง, สุไหงปาดี, ตากใบ (ช่วง กม.ที่ 5+000 ถึง กม.ที่ 12+000)

ถนนสาย นธ.4020 แยก ทล.4056 – บ้านปิเหล็ง อำเภอสุไหงปาตี, เจาะไอร้อง (ช่วง กม.ที่ 13+000 ถึง กม.ที่ 14+000) ถนนสาย นธ.4026 แยก ทล.4055 – บ้านยานิง อำเภอจะแนะ, ระแงะ, เจาะไอร้อง (ช่วง กม.ที่ 8+000 ถึง กม.ที่ 10+000) ถนนสาย นธ.5027 แยกทางหลวงชนบทสาย นธ.4013 – บ้านบาโงสะโต อำเภอระแงะ, ศรีสาคร (ช่วง กม.ที่ 28+300 ถึง กม.ที่ 29+000)

จังหวัดปัตตานี ไดัแก่ ถนนสาย ปน.2003 แยก ทล.43 – บ้านโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก, โคกโพธิ์ (ช่วง กม.ที่ 2+000 ถึง กม.ที่ 2+300 และ กม.ที่ 4+300 ถึง 5+500) ถนนสาย ปน.2044 แยก ทล.42 – บ้านกาเยาะมาตี อำเภอสายบุรี (ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 1+000) ถนนสาย ปน.2061 แยก ทล.42 – บ้านสายบุรี อำเภอสายบุรี (ช่วง กม.ที่ 1+200 ถึง 1+900 และ กม.ที่ 4+000 ถึง กม.ที่ 4+100)

ถนนสาย ปน.3014 แยก ทล.409 – บ้านม่วงเตี้ย อำเภอโคกโพธิ์, แม่ลาน, หนองจิก (ช่วง กม.ที่ 9+000 ถึง กม.ที่ 9+260) ถนนสาย ปน.3058 แยก ทล.409 – เขื่อนปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์, ยะรัง (ช่วง กม.ที่ 17+360 ถึง กม.ที่ 19+300)

ถนนสาย ปน.3060 แยก ทล.409 – น้ำตกทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ (ช่วง กม.ที่ 3+710 ถึง กม.ที่ 3+800) ถนนสาย ปน.3084 แยก ทล.409 – บ้านตาแปด อำเภอโคกโพธิ์ (ช่วง กม.ที่ 0+300 ถึง กม.ที่ 1+120, กม.ที่ 2+400 ถึง กม.ที่ 2+800 และ กม.ที่ 3+000 ถึง กม.ที่ 4+000) และถนนสาย ปน.6083 บ้านบือราแง – บ้านชะเมา อำเภอทุ่งยางแดง (ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 4+606)

จังหวัดยะลา ได้แก่ ถนนสาย ยล.3003 แยก ทล.409 – บ้านลำใหม่ อำเภอเมือง (ช่วง กม.ที่ 0+300 ถึง 1+300 และ กม.ที่ 2+500 ถึง กม.ที่ 3+450) ถนนสาย ยล.3009 แยก ทล.410 – บ้านบางลาง อำเภอบันนังสตา (ช่วง กม.ที่ 2+800 ถึง กม.ที่ 3+000 และ กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 0+200) ถนนสาย ยล.4007 แยก ทล.4070 – บ้านแอและ อำเภอกาบัง (ช่วง กม.ที่ 6+400 ถึง กม.ที่ 6+750)

ถนนสาย ยล.4013 แยก ทล.4065 – บ้านลำพะเยา อำเภอเมือง (ช่วง กม.ที่ 7+200 ถึง กม.ที่ 7+950) ถนนสาย ยล.4023 แยก ทล.4065 – เทศบาลยะหา อำเภอยะหา (ช่วง กม.ที่ 0+650 ถึง กม.ที่ 0+800 และ กม.ที่ 5+000 ถึง 5+260)

จังหวัดสงขลา ได้แก่ ถนนสาย สข.4013 แยก ทล.4135 – ทล.4287 อำเภอหาดใหญ่ (ช่วง กม.ที่ 6+700 ถึง กม.ที่ 7+700) ถนนสาย สข.4040 แยก ทล.4135 – บรรจบ ทล.4145 อำเภอสะเดา, คลองหอยโข่ง (ช่วง กม.ที่ 8+600 ถึง กม.ที่ 9+400)

ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุกทภัย ทช. ได้นำเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ หลักนำทาง ยานพาหนะ พร้อมจัดชุดลาดตระเวนสำรวจพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเส้นทางและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงได้นำอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ป้ายเตือน ป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง และสัญญาณไฟไปติดตั้งเป็นที่เรียบร้อย เพื่อแจ้งเตือนให้กับประชาชนได้รับทราบและหลีกเลี่ยงการจราจรบนเส้นทางดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลสายทางเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือสายด่วน กรมทางหลวงชนบท โทร. 1146

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต

“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา

เตรียมพร้อม! เช็กพื้นที่ฝนถล่มหนัก 23-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ล่าช้า แจ้งเตือนน้ำท่วม ฝนตกหนัก 23-26 ก.ย. เป็นมวลน้ำก้อนสุดท้าย

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้

เช็กด่วน! 'ดร.เสรี' เตือนพื้นที่ฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมชุมชน ช่วง 22-26 ก.ย.นี้

ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต เตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักมากน้ำไหลหลากน้ำท่วมชุมชน 22-26 กันยายน

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 57 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่า ดินถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม

กรมชลฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังฝนตกหนักระดับน้ำเพิ่มสูง

กรมชลประทานออกประกาศเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เตรียมรับมือเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ สูงสุด 1,000 ลบ.ม./วินาที