
“สุริยะ” เผยเดินหน้ามาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” พบทำผิด พร้อม “ตัดคะแนน-ลดชั้น-ถอดจากทะเบียน” เตรียมเข้าหารือกรมบัญชีกลางเร็วๆนี้ ด้าน “กรมทางหลวง”คาดสอบสาเหตุเสร็จใน14 วัน
6 ธ.ค. 2567 – นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความเสียหายกรณีชิ้นส่วนสะพานที่ก่อสร้างถล่มบนถนนพระราม 2 ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่มีงานก่อสร้าง เช่น กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกัน เร่งพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงการคลังในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา เพื่อเข้าหารือกับกรมบัญชีกลางถึงแนวทางจัดทำมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อให้ออกมาเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามเบื้องต้น มาตรการดังกล่าว นอกจากจะปรับเงินสูงสุดตามกฎหมายและตัดสิทธิในการเข้าร่วมประมูลงานแล้ว จะเพิ่มการ “ตัดคะแนน” ด้วย ซึ่งหากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จะพิจารณาลดชั้นผู้รับเหมา รวมถึงการถอดรายชื่อออกจากทะเบียนผู้รับเหมาที่มีสิทธิเข้าประมูลโครงการของภาครัฐทันที โดยภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นี้ จะเร่งสรุปความเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว เพื่อนำไปพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมกับกรมบัญชีกลางเพื่อหาข้อสรุปให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
สำหรับการก่อสร้างทุกโครงการบนถนนเส้นพระราม 2 ภายในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 – 2 มกราคม 2568 กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ระงับการดำเนินการทั้งหมด พร้อมคืนผิวถนนในการสัญจรให้ได้มากที่สุด เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง พร้อมแนะนำประชาชนศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดช่วงเทศกาลปีใหม่
ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง(ทล) กล่าวว่าตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ทล. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และสภาวิศวกร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ เพื่อร่วมหาสาเหตุ โดยจะทราบผลการตรวจสอบภายใน 14 วัน
ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้าน ทล. และ วสท. ได้ร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การวางแผนการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตออกจากพื้นที่ โดยร่วมกับคณะอนุกรรมการสาขาโครงสร้างและสะพาน และคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมยกหิ้วและปั้นจั่น วสท. การบินโดรนสำรวจความเสียหายของโครงสร้างเหล็กโดยละเอียดร่วมกับวิศวกร ทล. การร่วมประชุมวางแผนเพื่อหาข้อสรุปในการกำหนดจุดติดตั้งเครนกับทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และการกำกับดูแลการดำเนินการทั้งหมดร่วมกับทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดกรณีการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตนั้น ขณะนี้ทีมวิศวกรสามารถยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีต (Segment) จำนวน 3 ก้อน ที่ติดค้างอยู่ด้านบนลงมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว และจะรื้อในส่วนของโครงสร้างเหล็กต่อไป โดยตามกำหนดนั้น จะแล้วเสร็จภายใน 14 วัน และหลังจากนั้นพร้อมเปิดให้ประชาชนได้จราจรได้ตามปกติ ทั้งเส้นหลักและเส้นคู่ขนานของทางหลวงหมายเลข 35
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่จริง! 'สุริยะ' แจงรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ไม่ใช่คันละ 16 ล้าน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้า (EV) จำนวน
'เลขาฯ สุริยะ' เปิดราคาจริง 'รถเกี่ยวข้าว EV' 1-2 ล้าน ไม่ใช่ 16 ล.
'เลขาฯ รมว.กษ.' โต้ 'รถเกี่ยวข้าว EV' คันละ 16 ล้านไม่จริง ยันราคาจริง 1-2 ล้านบาท ย้ำการของบทุกหน่วยงานตรวจสอบเข้ม ยันตั้งใจดีต้องการลดต้นทุนช่วยชาวนา
นักวิชาการชี้แผนซื้อรถไถ EV ต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าย้ำดูงานจริงในนา ก่อนใช้งบ 8 พันล้าน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อข้อเสนอของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระท
'หมอวรงค์' จี้ 'สุริยะ' ตอบ 7 ข้อสงสัย ปมจัดซื้อรถเกี่ยวข้าว EV งบ 8 พันล้าน
นพ.วรงค์ ออกโรงจี้ "สุริยะ" เคลียร์ 7 ข้อสงสัยจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้าวงเงิน 8,000 ล้าน ก่อนปล่อยให้ทุ่งนาไทยกลายเป็นสุสานเครื่องจักรไร้ค่า
เผยส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติเมืองนครศรีฯ คืบหน้ากว่า 70%
รัฐบาลเผย โครงการก่อสร้างถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 จ.นครศรีธรรมราช คืบหน้ากว่า 70% คาดแล้วเสร็จปี 70 ช่วยการจราจรติดขัด หนุนท่องเที่ยวในจังหวัดอย่างยั่งยืน
เจ้าคุณโซลาร์เซลล์ ชำแหละยิบ 'รถเกี่ยวข้าว EV' งบ 8 พันล้าน คุ้มค่าเงินกู้จริงหรือ
พระปัญญาวชิรโมลี ตั้งข้อสังเกตกรณี รมว.เกษตรฯ เตรียมของบ 8,000 ล้านบาท จัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า 500 คัน ชี้ตัวเลขประหยัด 10,000 ล้านบาทยังคลุมเครือ ชี้สมมติฐานการใช้งานและตัวเลขความคุ้มค่าตลอด 14 ปีมีจุดที่ต้องเคลียร์ พร้อมจี้รัฐเปิด

