‘ดีอี’ เร่งพัฒนาระบบดำเนินคดีความผิดทางพินัยออนไลน์

ดีอี เร่งพัฒนาระบบดำเนินคดีความผิดทางพินัยออนไลน์ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมดิจิทัล

24 ธ.ค. 2567 – ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการพัฒนาระบบการดำเนินคดีความผิดทางพินัย ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับนายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด นายวิญูญู พิชัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา และ นายสมเกียรติ เส็งประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของกระทรวงดีอี สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุด

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม ในการเชื่อมโยงระบบยื่นคำร้องขอปิดกั้นเว็บไซต์ทางออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ด้วยการนำส่งพยานหลักฐานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งศาลได้มีกระบวนการพิจารณาคำร้อง การไต่สวนคำร้องผ่านช่องทางออนไลน์ และคำสั่งศาลลงนามโดยใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ทั้งนี้ กระบวนการตั้งแต่ยื่นคำร้องจนศาลมีคำสั่งเป็นการดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ทำให้สามารถรับคำสั่งศาลได้ภายในวันที่ยื่น 

รวมถึงกระบวนการแจ้งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการเพื่อให้ทำการระงับปิดกั้น การทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ให้เป็นไปตามคำสั่งศาล ได้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ได้มีระบบตรวจสอบข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับปิดกั้นไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีการแพร่หลายอยู่บนระบบอินเทอร์เน็ตอยู่  พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งคำสั่งปรับพินัยสำหรับกรณีที่ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องบางรายเพิกเฉย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด และต่อมาผู้ให้บริการได้ใช้สิทธิโต้แย้งคัดค้าน กรณีนี้จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีความผิดทางพินัย เพื่อให้การระงับ/ปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

ทั้งนี้ในการประชุมได้มีการพิจารณาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินคดีความผิดทางพินัยเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว สามารถรองรับปริมาณคดีและพยานเอกสารจำนวนมาก พร้อมทั้งขยายผลการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์อื่นๆ ช่วยยกระดับการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ขณะนี้สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุด มีความพร้อมด้านระบบ Back Office การเชื่อมโยงระบบข้อมูลพิจารณาการดำเนินคดีความผิดทางพินัยร่วมกัน โดยกระทรวงดีอี จะร่วมกับทั้ง 2 หน่วยงานในการทดลองเชื่อมโยงระบบการดำเนินคดีความผิดทางพินัยในช่วงเดือน ม.ค.68 นี้ โดยมุ่งเน้นความสำคัญของเอกสาร และพยานหลักฐานทางคดี ซึ่งกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีความน่าเชื่อถือในความถูกต้อง และเป็นที่ยอมรับระหว่างหน่วยงาน พร้อมกับระบบความปลอดภัยที่จะใช้การยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD โดยหากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ ด้วย ” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี พร้อมที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการกระบวนการทำงานภายในหน่วยงาน ( Back Office) ไปในรูปแบบเดียวกัน โดยให้การส่งเสริมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันในการให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของแต่ละหน่วยงาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไหม' ถาม 'ดีอี' เกณฑ์ข้าราชการสมัครโครงการ AI Pass เพิ่มยอดผู้ใช้งาน เท่ากับเอื้อเอกชนหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ภาพเอกสารสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอให้หน่วยงานช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ TH-AI Passport โดย น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า แบบนี้จัดว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ Conflict of Interest หรือไม่ ในเมื่อสัญญาฉบับแก้ไขจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง และงานประชาสัมพันธ์รวมอยู่ใน TOR ของโครงการ

'อนุ กมธ.ดิจิทัล' แนะรัฐเปลี่ยนโดเมนระบบลงทะเบียน TH-AI Pass หวั่นถูกโจรกรรมข้อมูล

นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ล่วงหน้า ว่า ตอนแรกมีการเปิดให้ลงทะเบียนในชื่อ de.aipass.net ซึ่งตนมีความกังวลว่า การที่ใช้ “.net” นั้น ใครก็สามารถจดโดเมนเนมได้ง่าย

'การดี' จับตา AI PASS ใช้ 'ยอดลงทะเบียน' เป็นตัวประกันเบิกจ่ายงบ ชี้ 'เงื่อนไขบังคับ' ขัด TOR ชัดเจน

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์คลิปวีดีโอและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตภายหลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มโครงการ TH-AI Passport เป็นวันแรก โดยระบุว่า #จับตา AiPASS ขัด TOR ชัดเจน! หรือกำลังใช้ "ยอดลงทะเบียน" เป็นตัวประกันเพื่อเบิกงบ?

‘อนุทิน’ขึงขัง ยกภัยออนไลน์ วาระแห่งชาติ

นายกฯ คิกออฟรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ออกตัวเสียงยังแหบ ลั่นรัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติ หลังประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ด้าน “ไชยชนก” รับเคยถูก “คอลเซ็นเตอร์” โทร.หลอกยันห้องทำงาน เตือน ปชช.ต้องมีสติ โว 8 เดือนแก้ปัญหาลดฮวบกว่า 50%

นายกฯ คิกออฟต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ยกปราบอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมนิทรรศการณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

'รักชนก' ฟาด 'ไชยชนก' เลิกเป็นลูกแหง่ เบี้ยวแจงสภาฯ สอบ TH-AI จ่อใช้พรบ.อำนาจเรียก

"รักชนก" ฟาด "ไชยชนก" เลิกเป็นลูกแหง่ หลังเบี้ยวแจง กมธ. ปมพิรุธ TH-AI Passport เป็นครั้งที่ 4 ขู่งัดกฎหมายเรียกตัว พร้อมย้ำนำเรื่องนี้ซักฟอกในสภาฯสมัยประชุมหน้า