'เหมืองทองอัครา' ลั่นพร้อมกลับมาเปิดดำเนินการต่อ ยันไม่สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม

อัคราลั่นได้รับการอนุมัติต่ออายุประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรม เตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดดำเนินการ ยืนยันไม่สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่นอน

27 ม.ค. 2565 นายสิโรจ ประเสริฐผล กรรมการบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าตามที่ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ในจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ได้รายงานถึงการที่บริษัทได้รับอนุญาตการต่ออายุประทานบัตรเพื่อการทำเหมืองแร่ทองคำและเงิน จำนวน 4 แปลง ออกไปอีก 10 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2564 ถึงวันที่ 29 ธ.ค. 2574 และการได้รับอนุญาตการต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ออกไปอีก 5 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 18 ม.ค. 2570 นั้น บริษัทขอชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

คำขอต่ออายุประทานบัตรทั้งหมดเป็นคำขอที่บริษัทได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ในพื้นที่ประทานบัตรเดิม โดยบริษัทได้ยื่นเอกสารประกอบคำขอเพิ่มเติมตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 รวมทั้งได้ดำเนินการตามกรอบนโยบายบริหารจัดการแร่ทองคำและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานระดับสากล และหลักในการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความสำคัญกับการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานของบริษัทไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

“ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตทองคำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน มุ่งเน้นส่งเสริมการปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานสากลด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทต้องขอขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรมสำหรับความเชื่อมั่นที่มอบให้”นายสิโรจ กล่าว

อย่างไรก็ตามบริษัทมีพันธกิจหลัก ได้แก่ 1.รักษาไว้ซึ่งสถิติการเป็นผู้ประกอบการ “เหมืองแร่ทองคำที่มีความปลอดภัยสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก” 2.ยกระดับขีดความสามารถของประเทศร่วมพัฒนาศักยภาพการผลิตทองคำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตทองคำอย่างครบวงจร 3.สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม อาทิเช่น แผนพัฒนาพื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญประจำจังหวัด เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แม้เมื่อเหมืองเสร็จสิ้นการดำเนินงานในอนาคต เป็นต้น

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศไทย อาทิ การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นเงินกว่า 32,000 ล้านบาท , การชำระค่าภาคหลวงกว่า 4,500 ล้านบาท โดยร้อยละ 50 ของค่าภาคหลวงถูกจัดสรรให้แก่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของเหมืองเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชุมชน , การจ้างงานโดยตรงและผ่านผู้รับเหมาของบริษัท โดยจ่ายค่าตอบแทนกว่า 1,800 ล้านบาท จากการจ้างพนักงานกว่า 1,000 คน ซึ่ง 99% เป็นคนไทย และส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่โครงการ

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า การดำเนินงานของบริษัทไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ซึ่งมีเอกสารวิชาการสนับสนุนข้อเท็จจริงนี้เป็นจำนวนมาก รายงานการตรวจสอบและประเมินมาตรฐานของเหมืองแร่ทองคำชาตรีโดยบริษัท แบร์ โดแบร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติงานของเหมืองทองทั่วโลกกว่า 100 ปี ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เลือกให้มาตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทอย่างละเอียดทุกขั้นตอน โดยผลการประเมินพบว่าการดำเนินงานทุกอย่างของบริษัทปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล”นายสิโรจ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก มหากาพย์เหมืองทองอัครา เมื่อความยุติธรรมสั่งชดใช้ชาวบ้านคืนลมหายใจให้สิ่งแวดล้อม

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ปิดตำนาน 20 ปีมหากาพย์เหมืองทอง! เมื่อความยุติธรรมสั่ง "อัครา" ชดใช้ชาวบ้านและคืนลมหายใจให้สิ่งแวดล้อม มีเนื้อหาดังนี้

ศาลแพ่ง สั่ง 'เหมืองทองอัครา' เยียวยาชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ-จิตใจ

ศาลเเพ่ง สั่ง บมจ.อัครา รีซอร์สเซ จ่ายสูงสุดรายละ 2 เเสนกว่าบาท ให้ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ เกือบ 400 ชีวิตที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกาย จากการทำเหมืองแร่ เกิดสารปนเปื้อนลงในน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ

‘ธนกร’กำชับเหมืองทองอัคราคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน

“ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา หลังยุติข้อพิพาทด้วยดี กำชับคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน เผย นายกฯ สั่งเดินหน้ายกระดับแร่ไทยสู่วัตถุดิบยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด