
‘ศักดิ์สยาม’เร่งแก้ไขปัญหาจราจรบนทางด่วน จ่อชง คจร. พิจารณาแนวทาง–ภาพรวมภายใน ก.พ.นี้ เดินหน้ามอเตอร์เวย์ M7-M5-จุดตัดฯ ด้าน กทพ. กางแผนแก้ไขทั้งระบบ 32 โครงการ พร้อมลุยหาแหล่งเงินทุน
28 ม.ค. 2565 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ (ด่วน) ว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รายงานความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ โดย กทพ. ได้ดำเนินการศึกษาฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในเดือน ก.พ.2565 ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จากการศึกษาปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ พบว่า ปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ มีลักษณะของปัญหาแบ่งได้ 5 ลักษณะ คือ 1.ปัญหาด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ (Over Section Capacity) 2.ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางร่วมและทางแยก (Weaving & Merging) 3.ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษ (Off-Ramp Congestion) 4.ปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง (Over Toll Plaza Capacity)
และ 5.ปัญหาจุดคอขวดทางกายภาพบนทางพิเศษ (Bottleneck) โดยมีเส้นทางหลักที่มีปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ 3 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 ทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9, เส้นทางที่ 2 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงมักกะสัน-ท่าเรือ-บางนา และเส้นทางที่ 3 ทางพิเศษฉลองรัช
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า กทพ. ได้มีการวิเคราะห์ความเหมาะสม และจัดลำดับความสำคัญ เพื่อจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมทั้งระบบ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน 21 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (ปี 2565-2569) 16 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 38,132 ล้านบาท ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 16.35% และแผนระยะที่ 2 (ปี 70 เป็นต้นไป) 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 9,401 ล้านบาท มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 25.77%
และ 2.โครงการทางพิเศษเพิ่มเติมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง 11 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (ปี 65-69) 5 โครงการ และแผนระยะที่ 2 (ปี 70 เป็นต้นไป) 6 โครงการ ซึ่งทั้ง 11 โครงการมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ระหว่าง 15.18% ถึง 31.28%
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างการพิจารณาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาโครงการแต่ละโครงการให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น การบริหารสัญญาของโครงการทางพิเศษเดิม การให้เอกชนร่วมลงทุน หรือการใช้แหล่งเงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) รวมทั้งการทำงานอื่นคู่ขนาน ประกอบด้วย การศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม และการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่ได้วางแผนไว้
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.ให้กรมทางหลวง (ทล.) และ กทพ. ร่วมกันพิจารณาเรื่องของระยะเวลาการดำเนินงานกับค่าใช้จ่ายในการลงทุน ให้มีความสอดคล้อง และสามารถเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้ทันตามกำหนดเวลา 2.ให้ ทล. และ กทพ. หารือร่วมกันในการเร่งรัดดำเนินการโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ (M7)
3.ให้ ทล. เร่งรัดดำเนินการการศึกษาโครงการมอเตอร์เวย์ ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต–บางปะอิน (M5) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าสู่กระบวนการการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ต่อไป
4.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับสะพานข้ามทางแยก รวมทั้งทางขึ้น–ลง ของทางพิเศษ เช่น จุดขึ้น–ลงทางพิเศษที่อยู่ใกล้บริเวณทางรถไฟฟ้าสายสีแดง จุดขึ้น–ลงทางพิเศษบริเวณทางแยกยมราช และบริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และ 5.มอบหมาย สนข. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ภายในเดือน ก.พ.65
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปธ.โสภณ' เคาะ 'ยุทธพร' นั่งบอร์ดนิรโทษกรรม ส่วนปมส่งศาลสอบปปช.ยังไม่คืบ
'โสภณ' เคาะ 'ยุทธพร' นักวิชาการรัฐศาสตร์ นั่งบอร์ดสันติสุข ส่วนปมส่งศาลฎีกา สอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี 'ศักดิ์สยาม' อยู่ระหว่างเรียกหน่วยงานให้ข้อมูล
ประธานสภาฯ ตั้งกก.พิจารณาคำร้องขอศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. ยกฟ้องศักดิ์สยามซุกหุ้น ลั่นจากนี้เอาสมองไปทำเรื่องอื่นบ้าง
“โสภณ” เผย ตั้ง กก. พิจารณาคำร้อง ฝ่ายค้าน-สว. ขอ ศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. ยกฟ้องคดี”ศักดิ์สยาม” แจง ตั้งคนนอกร่วมเพื่อความโปร่งใส ยันไม่ใช่กก.ทิพย์ โยนช้า-เร็วอยู่ที่ กก. ขอเอาสมองไปทำอย่างอื่น เหน็บอย่าหมกมุ่นอยู่เรื่องเดียว

