
‘กรมทางหลวงชนบท’ สั่งการหน่วยงานในสังกัด เร่งลงพื้นที่สำรวจถนน-สะพานบนโครงข่ายทางหลวงชนบททั่วประเทศ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
28 มี.ค. 68 – นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยได้รับแรงสั่นสะเทือน จึงได้สั่งการอย่างเร่งด่วนไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ ให้ลงพื้นที่เร่งสำรวจถนน และสะพานบนโครงข่ายทางหลวงชนบทที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสำรวจถึงผลกระทบ รวมถึงความเสียหายที่คาดว่าอาจจะได้รับจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม หลังการสำรวจโครงข่ายทางหลวงชนบททั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพบความเสียหาย หรือมีความคืบหน้าเพิ่มเติม กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จะรายงานให้ประชาชนรับทราบต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรสายด่วน ทช. 1146
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี
ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
'รมว.สุชาติ' เปิดเผย ทส. หนุน 2 สะพานใหญ่ภาคใต้ เชื่อมสงขลา-พัทลุง และเกาะลันตา ย้ำพัฒนาเดินคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลระบบนิเวศทางน้ำ ลดผลกระทบต่อ โลมาอิรวดี ทรัพยากรประมง และวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ
'ปกรณ์' จ่อชง ครม.สัญจรสงขลา เคาะซื้อประกันภัยพิบัติ เน้นพื้นที่เสี่ยง 20 ล้านครัวเรือน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการนำระบบประกันภัย มาช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทุกภัยว่า จะมีการเสนอแนวทางดังกล่าวมาใช้เยียวยา โดยจะช่วยใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.น้ำท่วม 2.วาตภัย 3.แผ่นดินไหวเนื่องจากสภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

