หนัก! พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ ม.ค. เพิ่มขึ้น 3.23%

“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อม.ค. เพิ่มขึ้น 3.23%% เหตุได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นหลัก ส่วนหมู ไก่ ไข่ น้ำมันพืช เป็นปัจจัยเสริม คาดเดือนก.พ. ยังเพิ่มต่อเนื่อง จับตาปัจจัยกดดัน ทั้งราคาพลังงาน บาทอ่อนกระทบต้นทุนนำเข้า แต่ยังประเมินเงินเฟ้อทั้งปี 0.8-2.4%

5 ก.พ. 2565 นายรณรงค์ พูนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนม.ค.2565 เท่ากับ 103.01 เทียบกับธ.ค.2564 เพิ่มขึ้น 1.13% เทียบกับเดือนม.ค.2564 เพิ่มขึ้น 3.23% สูงขึ้นจากเดือนธ.ค.2564 ที่ 2.17% และทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 เดือน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสินค้ากลุ่มพลังงานที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อมต่อเงินเฟ้อ โดยเพิ่มขึ้น 19.22% และมีผลต่อเงินเฟ้อถึง 2.25% ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหาร แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเพิ่มสูงขึ้น แต่มองว่า ราคาอาหารสดที่เพิ่มขึ้น เป็นเพียงจำเลย ที่ทำให้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น โดยค่าครองชีพที่สูงขึ้น มาจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สินค้าในกลุ่มอาหารสด ที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดยเนื้อสุกร มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียง 0.67% ไก่สด มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.03% และไข่ไก่ มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.05% ขณะที่สินค้าอื่น ๆ ที่ปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าจ้างแรงงาน และมีผลต่อเงินเฟ้อ เช่น น้ำมันพืช อาหารบริโภคในบ้าน-นอกบ้าน และค่าบริการส่วนบุคคล แต่ก็ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ปรับลดลง เช่น ข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า ผักสด ผลไม้สด เสื้อผ้า ค่าเช่าบ้าน และค่าเล่าเรียน เป็นต้น

สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.99 เพิ่มขึ้น 0.26% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2564 และเพิ่มขึ้น 0.52% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.2564

“เงินเฟ้อเดือนม.ค.ที่สูงขึ้น 3.23% ยังไม่เป็นสัญญาณบ่งชี้ให้หน่วยงานรัฐใช้มาตรการสกัดเงินเฟ้อ หากจะใช้มาตรการต้องพิจารณาเงินเฟ้อที่ขยายตัวต่อเนื่องในหลาย ๆ เดือน ติดต่อกัน และเป็นการขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว เช่น จาก 3% เป็น 5% 7% แต่ย้ำว่า เงินเฟ้อเดือนม.ค.2565 ยังเป็นเงินเฟ้อในระดับอ่อน ๆ มาจากปัจจัยหลัก คือ ราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ที่ไม่สามารถควบคุมได้”นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนก.พ.2565 หากราคาพลังงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็จะส่งผลให้เงินเฟ้อของไทยสูงขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ทั้งปี ยังคาดว่า จะอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ที่ 0.7-2.4% ค่ากลางอยู่ที่ 1.5% โดยยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ราคาน้ำมัน ที่อาจสูงขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยอื่น ๆ เช่น ค่าเงินบาท ที่หากอ่อนค่ามาก จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จากราคาวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้น จึงต้องดูแลค่าเงินบาทให้เหมาะสมกับเงินเฟ้อ , มาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่แม้ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นในช่วงโควิด-19 แต่หากเงินเข้าสู่ระบบไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ เหมือนอย่างที่หลายประเทศใช้งบประมาณสูงในการช่วยเหลือประชาชน แต่ก็ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ รวมถึงการเก็บภาษี เช่น ภาษีที่ดิน ที่อาจกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท

ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% แม้ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ชี้ธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมี-การกลั่น และธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกปรับเพิ่มขึ้น หนุนรายได้โต

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”