
รัฐบาลเร่งเครื่องปราบธุรกิจต่างชาตินอมินี-สินค้านำเข้าไร้มาตรฐาน เดินหน้ายึดทรัพย์-เอาผิดเฉียบขาด มูลค่าความเสียหายกว่า 17,000 ล้านบาท
25 พ.ค. 2568 – นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าไม่ได้มาตรฐานและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทย โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนธุรกิจไทยให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
จากผลการบูรณาการการทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พบว่า ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินคดีกับสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและผิดกฎหมายได้แล้วกว่า 39,186 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,074 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,796 ล้านบาท และดำเนินการถอดสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ (มาตรการ Notice and Takedown) แล้วกว่า 10,378 รายการ
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการปราบปรามธุรกิจนอมินี ได้มีการดำเนินคดีแล้ว 857 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15,288 ล้านบาท โดยปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานกว่า 10 ปี รัฐบาลจึงมีแผนดำเนินการเชิงรุกและเป็นระบบ โดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดตั้ง “คณะทำงานระดับจังหวัด” ในทุกจังหวัด มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน และมีพาณิชย์จังหวัดเป็นเลขานุการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทต้องสงสัย ทั้งในด้านที่มาของเงินทุน ความสามารถในการประกอบธุรกิจ และความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติ
สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนใหม่ในอนาคต รัฐบาลจะเสนอปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษต่อธุรกิจนอมินีอย่างเข้มข้นถึงขั้น ยึดทรัพย์ พร้อมเร่งเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและผลักดันเข้าสู่รัฐสภาโดยเร็ว โดยแต่ละจังหวัดจะต้องตรวจสอบบริษัทที่อยู่ในข่ายให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และจังหวัดที่มีจำนวนบริษัทมากจะต้องรายงานผลความคืบหน้าเป็นรายไตรมาส
รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าไม่ได้มาตรฐานและธุรกิจนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสิทธิของผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจในประเทศให้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนและภาคธุรกิจร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคนไทยทุกคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับเรือทัวร์ชาวจีนเหมาลำออกตกปลา พบใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ส่อเข้าข่ายนอมินี
จับกุมเรือทัวร์ชาวจีนเหมาลำออกไปตกปลา กลางทะเล พบใบอนุญาตไม่ถูก ต้อง อาจเข้าข่าย"นอมินี"
เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง 'ธุรกิจนอมินี' 3 จังหวัดอันดามัน ถือครองที่ดินมิชอบ 49 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้าน
ศูนย์ปราบปรามคนต่างด้าว เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน ในพื้นที่ จว.ภูเก็ต พังงา กระบี่ พบนอมินีครอบครองที่ดิน 49ไร่มูลค่ากว่าพันล้าน จับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและต่างชาติ 48 ราย
ดีเอสไอ สางคดีคลังน้ำมันอ่างทอง ปลอมปมน้ำมันเชื้อเพลิง พิรุธตั้งคนขับรถเป็นกรรมการ แต่ยังไม่พบกักตุนน้ำมัน
"ดีเอสไอ" เตรียมออกหมายเรียก "กรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง" รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายในสัปดาห์นี้ หลังผลแล็ปยันชัด น้ำมันไม่ได้มาตรฐานตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน มีเจตนาลดต้นทุน เอาสารเคมีชนิดอื่นปะปนผสม ทั้งยังมีลักษณะใช้กรรมการนอมินีบังหน้าทำธุรกิจ
นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า
นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%
'อนุทิน' ถึงเกาะพะงัน ชาวบ้านชูป้ายต้อนรับ ดีใจนายกฯมาปัญหาจบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนเดินทางต่อด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายกฯ สั่ง ปปง. สอบเส้นเงิน 2 กลุ่มอาชีพ คอยแนะนำช่วยเหลือธุรกิจนอมินีผิดกฎหมาย
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องการปราบปรามนอมินี เป็นนโยบายที่นายกฯมุ่งมั่นที่จะทำให้เด็ดขาดและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ และมีกลไกการทำงาน การบูรณาการของหลายภาคส่วน

