ดีเอสไอ สางคดีคลังน้ำมันอ่างทอง ปลอมปมน้ำมันเชื้อเพลิง พิรุธตั้งคนขับรถเป็นกรรมการ แต่ยังไม่พบกักตุนน้ำมัน

แฟ้มภาพ

"ดีเอสไอ" เตรียมออกหมายเรียก "กรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง" รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายในสัปดาห์นี้พบพิรุธตั้งคนขับรถเป็นกรรมการบริษัท เร่งขยายผลหาตัวการเบื้องหลังตัวจริง แต่ยังไม่พบกักตุนน้ำมัน ขณะที่ "คดี บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี" คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค รุดลงพื้นที่ สอบปากคำพยานสำคัญ-เร่งรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม กรณีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันสูงผิดปกติในช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง จ่อออกหมายเรียกผู้ต้องหารับทราบข้อหาภายใน 15 วัน

18 พฤษภาคม 2569 - แหล่งข่าวจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรในช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีของบริษัทคลังน้ำมัน 2 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอ่างทอง รวมถึงพฤติการณ์กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเล และรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมเรือต้องสงสัยนั้น

ทาง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้เน้นย้ำในที่ประชุมถึง 3 เรื่องหลัก คือ 1.บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง 2.บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี 3.กรณีเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันออก เพื่อไปส่งน้ำมันยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่พบล่าสุดว่ามีเรือ 3 เที่ยว 3 ลำ ของ 3 บริษัทเรือ เข้ามาเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นการลอยลำกลางทะเล ไม่เข้าเทียบท่าคลังน้ำมัน หรือการประวิงเวลา ชะลอเวลาขนส่งน้ำมัน ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว

โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คาดว่าพนักงานสืบสวนสอบสวนดีเอสไอ จะใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงจะสามารถประมวลรายละเอียด พฤติการณ์ทางคดี และจะได้ออกหมายเรียกแก่ผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิด

สำหรับกรณีการสืบสวนบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคได้รับเป็นสำนวนสืบสวนที่ 42/2569 และเมื่อวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 เข้าประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และพลังงานจังหวัดอ่างทองเกี่ยวกับคดีอาญาดังกล่าวเพื่อทราบข้อเท็จจริงและได้เข้าร่วมตรวจสอบบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ณ ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบก็ทำให้พบอีกว่าสถานที่ดังกล่าวยังเป็นคลังน้ำมันที่มี บริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 อีกนิติบุคคลหนึ่ง เป็นผู้ขออนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คลังน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง คณะพนักงานสืบสวนก็ได้ทำการตรวจสอบเอกสารใบกำกับการขนส่ง จำนวนชนิดน้ำมัน ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลัง รายชื่อลูกค้า และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พลังงานจังหวัดอ่างทองยังได้ทำการจัดเก็บตัวอย่างน้ำมันและวัดคุณภาพจำนวน 2 ถัง จากจำนวน 5 ถัง ซึ่งผลการตรวจสอบ มีดังนี้ 1.ถังที่อายัด ถัง TD2 ดีเซล B7 วัดได้ 102.2 ซม เป็นจำนวน 102,412 ลิตร 2.ถังที่อายัด ถัง TS4 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 วัดได้ 96.8 ซม. เป็นจำนวน 140,879 ลิตร 3.ถัง ถังที TD3 (ไม่ได้ใช้งาน) เป็นดีเซล B7 วัดได้ 27 ซม. จำนวน 51,640 ลิตร 4.เก็บตัวอย่าง ถัง TD1 ดีเซล B7 ไร วัดได้ 222.3 ซม. จำนวน 291,250 ลิตร 5.เก็บตัวอย่าง ถังTS5 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 วัดได้ 40.2 ซม. จำนวน 64,997 ลิตร

ล่าสุดผลการตรวจสอบวิเคราะห์ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่าในถังเก็บน้ำมันบางส่วน มีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงจริง มีลักษณะน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้มาตรฐานตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน คือ น้ำมันที่ไม่ผ่านเกณฑ์ลักษณะและคุณภาพ และยังมีเจตนาเพื่อลดต้นทุน โดยการเอาสารเคมีชนิดอื่นมาผสมปะปน

ซึ่งพนักงานสืบสวนจะได้มีการทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่กรรมการบริษัทฯ และผู้เกี่ยวข้องให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในตอนนี้ค่อนข้างพบความชัดเจนว่ากรรมการบริษัทที่ถูกระบุชื่อตามโครงสร้างนั้น เป็นเพียงผู้ออกหน้าแทนในการทำกิจการ (นายอุดม ดารุณิกรณ์) คล้ายลักษณะเป็นนอมินีให้ แต่ไม่ใช่ผู้ที่อยู่เป็นเบื้องหลังตัวจริง จึงทำให้พนักงานสืบสวนยังอยู่ระหว่างเร่งหาตัวการเบื้องหลัง

ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนยังไม่พบว่าบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง มีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันแต่อย่างใด เพราะมีถังเก็บน้ำมันค่อนข้างน้อย แต่หลักฐานการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงชัดเจน

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า กรรมการของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง คือ นายอุดม ดารุณิกรณ์ แต่แท้จริงแล้วกลับมีสถานะเป็นเพียงคนขับรถบรรทุกของบริษัทขนส่งน้ำมัน ขื่อ “บริษัท แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต” และในทางกลับกัน กรรมการของบริษัท แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต กลับมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคลังให้กับบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จ.อ่างทอง พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการใช้นอมินีเพื่อปกปิดตัวตนของนายทุนที่แท้จริง ทำให้ระหว่างนี้ คณะพนักงานสืบสวนต้องขยายผลเส้นทางการเงิน 200 บัญชี เพื่อมุ่งเป้านายทุนการเมืองเพื่อตรวจสอบว่ารายรับ-รายจ่ายทั้งหมดถูกโอนต่อไปยังบุคคลใด ใครคือผู้รับผลประโยชน์ และต้องเรียกสอบปากคำพยานสำคัญที่รู้ข้อมูลการถือหุ้นและการเป็นกรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง เพื่อจะได้ใช้ตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นของบริษัทฯ

ส่วนกรณีการสอบสวน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือคดีพิเศษที่ 59/2569 เบื้องต้นคณะพนักงานสอบสวนพบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากพบว่าบริษัทฯ ได้รับน้ำมันมาจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกเเล้ว และมีรายการสั่งซื้อให้จ่ายออกน้ำมันไปยังผู้ค้าน้ำมัน แต่ทางบริษัทคลังน้ำมันดังกล่าวนี้กลับไม่จ่ายออกน้ำมันให้ และยังมีปริมาณน้ำมันคงคลังสูงผิดปกติในช่วงที่ไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากผลกระทบวิกฤติตะวันออกกลาง

ฉะนั้น ระหว่างนี้ (จันทร์ที่ 18 พ.ค.69-ศุกร์ที่ 22 พ.ค.69) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการลงพื้นที่ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีและบริษัทฯ เพื่อสอบปากคำพยานสำคัญเพิ่มเติม และจะได้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก่อนประมวลเรื่องและรายละเอียดพฤติการณ์ทางคดี ว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายฉบับใดบ้าง อาทิ พ.ร.บ.การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 เป็นต้น และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเป็นใครบ้าง เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างไรบ้างในบริษัทฯ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงจะได้มีการประชุม เพื่อมีมติทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดที่พบต่อไป

อย่างไรก็ตามกรณีที่คณะทำงานชุดสุดซอย นำโดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน ได้นำเอาพยานหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่ง ในจังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาขอให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบ

โดยเฉพาะใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือในช่วงเดือน มี.ค.69 ที่ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งขณะนี้พนักงานสืบสวนยังคงอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบเชิงลึกว่าใบกำกับการขนส่งเหล่านี้ที่ระบุรายละเอียดไม่ครบ ซึ่งก็อาจนำมาเวียนใช้ได้ ส่วนว่าจะมีฉบับใดบ้างที่ไปเกี่ยวข้องกับเรือลำใด เที่ยวใด และเป็นเรือของบริษัทใดที่แล่นอยู่กลางน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เชื่อมโยงกับที่น้ำมันล่องหนกลางทะเล 60 ล้านลิตร กับเรือ 99 เที่ยวก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ยังคงขยายผลตรวจสอบเช่นเดียวกัน

รายงานภายในคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บริษัทเจ้าของเรือรายใด เพราะหลังจากที่พนักงานสืบสวนได้มีการเรียกสอบปากคำกรรมการบริษัทเจ้าของเรือในฐานะพยานไปก่อนหน้านี้ ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการนำถ้อยคำให้การไปตรวจสอบพิจารณากับข้อมูลสถิติตัวเลขประกอบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ต้องให้พนักงานสอบสวนลงพื้นที่ไปตรวจที่ลำเรือ เพื่อหาตัวข้อมูลระบบสัญญาณ AIS และ GPS ของเรือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบคดี 'ลุงเปี๊ยก' อสส.ชี้ขาดฟ้อง 7 ตร. ส่วน 'ผกก.อรัญฯ' รอด

'วัชรินทร์' อธิบดีอัยการสอบสวน เผย อสส. ชี้ขาดฟ้อง 7 ตำรวจ อุ้มทรมาน 'ลุงเปี๊ยก' ให้รับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ข้อหาหนักปกปิดชะตากรรม โทษสูง 15 ปี 'ผกก.' รอด หลังDSIไม่เเย้งอัยการปราบทุจริตภาค2

นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า

นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

'อนุทิน' ถึงเกาะพะงัน ชาวบ้านชูป้ายต้อนรับ ดีใจนายกฯมาปัญหาจบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนเดินทางต่อด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายกฯ สั่ง ปปง. สอบเส้นเงิน 2 กลุ่มอาชีพ คอยแนะนำช่วยเหลือธุรกิจนอมินีผิดกฎหมาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องการปราบปรามนอมินี เป็นนโยบายที่นายกฯมุ่งมั่นที่จะทำให้เด็ดขาดและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ และมีกลไกการทำงาน การบูรณาการของหลายภาคส่วน

'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ