
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)คาดจะสามารถสรุปผลการศึกษาอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน เสนอ กบง.เห็นชอบภายในไตรมาส 1- 2 ปี 2565 ด้านเอกชนโอด หากการพิจารณาล่าช้าเช่นนี้ ในขณะที่ต้นทุนพุ่งรายวัน ส่งผลเสียกว้างขวางในด้านต่างๆ มากขึ้น ในขณะที่ กทม.จำเป็นต้องปรับแผนบริหารจัดการขยะใหม่ทั้งระบบ
7 ก.พ. 2565- แหล่งข่าวจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการพิจารณาอัตราการรับซื้อไฟฟ้าขยะชุมชน หลังจากที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)มีมติ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2564 มอบหมายให้ กกพ.เป็นผู้พิจารณากำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่เหมาะสมของโรงไฟฟ้าขยะชุมชนนั้น ล่าสุด กกพ.อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้า FiT ที่เหมาะสมโดยศึกษาทั้งตามข้อเท็จจริงของต้นทุนการผลิตและข้อสัญญาของภาครัฐที่ผูกพันกับเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุป ประมาณ 1- 2 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาอนุมัติอัตรา FiT สำหรับรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนต่อไป หาก กบง.เห็นชอบอัตรา FiT แล้วทาง กกพ.ก็จะดำเนินกระบวนการออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าขยะชุมชนต่อไป ซึ่งอย่างเร็วน่าจะเกิดขึ้นได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 1 หรืออย่างช้า ภายในไตรมาส 2 ปี 2565
อย่างไรก็ตาม การรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบการให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (FiT) สำหรับปี 2565 ในช่วงแรกจะเป็นการเปิดรับซื้อไฟฟ้า เฉพาะโครงการที่อยู่ในลิสต์ของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เบื้องต้นมีประมาณ 23 โครงการ กำลังผลิตรวม 237.8 เมกะวัตต์ ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะชุมชนรอบนี้ จะเป็นล็อตใหม่ภายใต้โควต้า 400 เมกะวัตต์วัตต์ ที่เพิ่มขึ้นมา จากล็อตแรก 500 เมกะวัตต์ที่จบโครงการไปแล้ว
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม กล่าวว่า ความล่าช้าที่เกิดจากนโยบายให้มีการทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนของกระทรวงพลังงาน นอกจากเป็นการกระทบต่อสิทธิของเอกชนตามสัญญาที่มีการลงนามไปแล้ว ยังทำให้การประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนของกกพ.ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดที่ชัดเจน จึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินโครงการของบริษัทในด้านต่างๆ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นรายวัน ในฐานะที่เป็นเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการ จึงอยากขอความเห็นใจจากกกพ.ให้เร่งพิจารณาอัตรารับซื้อตามมติ กพช.เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้โดยเร่งด่วน หากโครงการผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขมแล้วเสร็จจะช่วยกทม.กำจัดขยะได้ถึง 2,500 ตันต่อวัน
ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ระบุว่า ความล่าช้าของโครงการผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม ทำให้ กทม.ต้องมีการปรับแผนจัดการขยะใหม่ โดยจำเป็นต้องเลื่อนแนวทางลดสัดส่วนการฝังกลบจาก80%ให้เหลือ 30% ออกไป และมีภาระการบริหารจัดการแบบผังกลบเพิ่มขึ้น โดยปี 2566 คาดว่าจะมีการของบประมาณเพิ่มเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการขยะทั้งระบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฟผ.ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไร
กฟผ. ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐเพื่อรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ส่วนกำไรนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อค่าไฟที่เป็นธรรม
กกพ.ไฟเขียว‘โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่’ กฟน.-กฟภ. เปิดรับยื่นคำขอ 1 ก.ค. นี้
กกพ. ไฟเขียว "โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่" กฟน.-กฟภ. เปิดรับยื่นคำขอ 1 ก.ค. นี้ เปิดโอกาสประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบ รับซื้อรวม 500 เมกะวัตต์ อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี
‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร
กกพ.ฟื้นโซลาร์ภาคประชาชนเปิดรับฟังความคิดเห็นรอบใหม่
กกพ. ฟื้นโซลาร์ภาคประชาชน 2569 พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินรอบใหม่ ก่อนออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทาง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. นี้
ครม. โละบอร์ดสรรหา 'คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน'
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
รัฐควัก 878 ล้านบาท อุ้มค่าไฟกลุ่มเปราะบาง
กกพ. ชี้รัฐต้องหาเงิน 878 ล้านบาท อุดหนุนค่าไฟ 7 สตางค์ สำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟไม่เกิน 200-300 หน่วย หากค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 อยู่ที่ 3.95 บาท

