
นายกฯ แย้มรอฟังมาตรการแก้ปัญหาน้ำมัน-แก๊ส ยันรัฐบาลพยายามตรึงราคามากที่สุด หวังแก้ทุกมิติ จ่อพิจารณาโครงสร้างภาษี วอนฟังเหตุผล บอกปัญหาเยอะตามใจทุกคนไม่ได้
09 ก.พ.2565 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาราคาน้ำมัน ถึงเวลานี้จะมีการทบทวนปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันหรือไม่ ว่าเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ได้มีการหารือแล้ว ขอรอการชี้แจงในรายละเอียดที่จะมีการหารือกันในวันที่ 9 ก.พ.อีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีแผนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องกองทุนน้ำมัน การจัดเตรียมวงเงินกู้ใช้สำหรับชดเชย และกองทุนน้ำมันก็ติดลบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรองรับปัญหาราคาแก๊สอีก แก้ปัญหาในหลายมิติ โดยปัญหาหลักไม่ได้มาจากเรา แต่มาจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเราพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นต้องเปรียบเทียบประเทศรอบบ้านเขาเป็นอย่างไร ในภูมิภาคเป็นอย่างไร และประเทศไทยอยู่ในกลุ่มไหน หลายประเทศอาจจะถูกกว่าเรา เพราะเขามีแหล่งพลังงานในประเทศของเขาเอง
“เรื่องนี้รออีกนิดหนึ่ง เพราะการดูแลไม่ใช่จะดูแลคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เราให้ความสำคัญกับคนที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องช่วยกัน ถ้าให้กลุ่มนี้มาแล้วกลุ่มอื่นไม่ได้ แก้ไม่ได้จะทำอย่างไรซึ่งสถานการณ์เรื่องพลังงานยังติดพันอีกเยอะ และไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้น เราจะเอางบประมาณที่ไหนมาถมตรงนี้ ดังนั้นต้องหาวิธีการที่เหมาะสม โดยดูเรื่องการควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาท ปรับสูตรน้ำมัน และยังมีการพิจารณาเรื่องภาษีต่างๆ สรรพสามิตบ้างอะไรบ้าง แต่อย่าลืมว่าถ้าเกี่ยวข้องในเรื่องเหล่านี้จะทำให้รายได้ของรัฐลดลงไปมาก และจะกระทบอย่างอื่นหรือเปล่า จะลดได้แค่ไหนอย่างไรก็ต้องฟังเหตุฟังผลบ้าง ถ้าจะเอาตามใจทุกคนเท่านั้นเท่านี้บางทีปัญหามันเยอะ เดือนหนึ่งประมาณ 3,000 กว่าล้าน ถ้าระยะยาว 6 เดือน ก็ประมาณ 18,000 กว่าล้าน นี่คือตัวเลขคร่าวๆเฉพาะเรื่องน้ำมัน แล้วยังมีเรื่องแก๊สอีก รัฐบาลพยายามจะตรึงราคาให้มากที่สุด จึงขอให้เข้าใจด้วยคงต้องบริหารแบบนี้”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะขอร้องสมาคมรถบรรทุกด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอร้องมาหลายครั้งแล้ว และเมื่อวันที่ 8 ก.พ.เขาก็เข้าใจไปส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ทำความเข้าใจมาโดยตลอด วันนี้ต้องบอกว่าประเทศไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน และไม่เคยมีรัฐบาลไหนเจอมาก่อนที่พร้อมๆ กันแบบนี้ ตั้งแต่โควิด-19 ราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน การแข่งขันทางการค้า ความมั่นคงในภูมิภาค ความขัดแย้งทางทะเล เยอะแยะไปหมด การแข่งขันการลงทุน การใช้ฐาน ประเทศไทยมีประสิทธิภาพเยอะ ก็พยายามพูดคุยกับต่างประเทศ เขาเดินทางมาก็ชื่นชมหมดทุกเรื่อง อันนี้ไม่ใช่คุยนะ ทั้งเรื่องการบริหารโควิด-19 ภาคเอกชนชื่นชมในการดูแลช่วยเหลือ ไม่ต้องปิดโรงงาน ช่วยเหลือในหลายๆกลุ่ม แรงงานก็ได้รับการเยียวยา ดูแลเรื่องการฉีดวัคซีน เขาบอกของเขาไม่มีแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งดีๆเกิดขึ้นเยอะ ดังนั้นขอร้องสื่อสิ่งดีๆก็กรุณาให้ข้อมูลไปด้วย สิ่งที่มีปัญหาก็ไปแก้กันตรงโน้น เอาปัญหานี้กับปัญหานี้ ฝ่ายบริหารกับปัญหาฝ่ายการเมืองมาตีกันอยู่อย่างนี้มันเดินหน้ากันไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำขอแค่นั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'พล.อ.ประยุทธ์' เป็นประธานมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ชุดใหม่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง "แต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า
'อนุทิน' ปลื้ม! 'นายกฯลักซอน' พาทัวร์เอง ชมเครื่องบิน NZAero
นายกฯ ลักซอน ควง 'อนุทิน' ชมเครื่องบิน NZAero ด้วยตัวเอง เชื่อมสัมพันธ์การบิน ‘ไทย-นิวซีแลนด์’ ต่อยอดพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ
'ยศชนัน' นำทีมบิ๊กคลีนนิ่ง 'อนุทิน' จ่อลงพื้นที่น่าน หลังกลับจากนิวซีแลนด์
'ดร.เชน' นำทีมทำความสะอาดเมืองน่าน หลังน้ำลด เผยนายกฯ ห่วงใยปชช. รอเสร็จภารกิจนิวซีแลนด์กลับไทย ลงพื้นที่ทันที ติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัย
'ไทย-นิวซีแลนด์' ชื่นมื่น! ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพิ่มการค้า 3 เท่า
ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 'นายกฯ อนุทิน – ลักซอน' ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า
‘ธนพร’ ซัดส้มปั่น “ฮั้ว สว.” ซ้ำจนหวังให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ชี้ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทิน ป่านนี้ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกฯ
อาจารย์ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมหยิบประเด็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “ฮั้ว สว.” มาอภิปรายโจมตีรัฐบาลว่า สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การพูดคำว่า “ฮั้ว” ซ้ำๆ แต่คือการพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนกันจริงหรือไม่

