เช็กที่นี่ 'พายุวิภา' กระทบถนน ทช.ผ่านไม่ได้11 สายทาง

‘ทางหลวงชนบท’ เผยถนนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 6 จังหวัด ผ่านไม่ได้ 11 สายทาง พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่อง และบริหารจัดการเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน

24 ก.ค.2568 – นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่า ด้วยอิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภา ส่งผลให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการเดินทางสัญจรของประชาชน โดยกรมฯได้สั่งการไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 7 (อุบลราชธานี) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 8 (นครสวรรค์) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) พร้อมด้วยแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด โดยให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจโครงข่ายทางหลวงชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบ ซึ่งหากพบว่ามีเส้นทางที่ได้รับผลกระทบให้เร่งติดตั้งป้ายเตือน ป้ายทางเลี่ยง ป้ายบอกระดับน้ำ สัญญาณไฟกระพริบ ปักเสาตามแนวเขตทาง ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ได้เน้นย้ำในเรื่องการบริหารจัดการเส้นทาง กรณีเส้นทางผ่านไม่ได้ให้จัดหาทางเลี่ยง หากมีกรณีถนน/สะพานขาด ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ชั่วคราว

ล่าสุดวันนี้ 24 ก.ค. 68 เวลา 10.00 น.สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท ได้รายงานสายทางที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 21 สายทาง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก และจังหวัดอุบลราชธานี แบ่งเป็น สัญจรผ่านไม่ได้ 11 สายทาง สัญจรผ่านได้ 10 สายทาง ในส่วนของสายทาง ที่สัญจรผ่านไม่ได้ จำนวน 11 สายทาง (น่าน พะเยา แพร่)  ได้แก่  1. ถนนทางหลวงชนบทสาย นน.3007 แยก ทล.101 – บ้านนาหนุน อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 8+700 – 10+000)

2. ถนนทางหลวงชนบทสาย นน.3019 แยก ทล.101 – บ้านมงคลเจริญสุข อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 7+000 – 8+000)3. ถนนทางหลวงชนบทสาย นน.4020 แยก ทล.1168 – บ้านห้วยสอน อำเภอภูเพียง, เวียงสา จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 10+500 – 10+900 และ ช่วง กม.ที่ 31+690 – 32+200)4. ถนนทางหลวงชนบทสาย นน.4022 แยก ทล.1148 – บ้านสบขุ่น อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 1+100 – 1+300)5. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4017 แยก ทล.1251 – บ้านบุญเรือง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 0+300 – 2+000)  6. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4025 แยก ทล.1021 – บ้านใหม่ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 1+300)

7. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4031 แยก ทล.1021 – บ้านดอนอิสาน อำเภอภูซาง, เชียงคำ จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 0+300 – 0+650 และ ช่วง กม.ที่ 2+100 – 2+600)8. ถนนเชิงลาดสะพานหัวเวียงเหนือ – น้ำต้วนพัฒนา (สาย นน.021) อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 0+300) 9. ถนนเชิงลาดสะพานศรีภูมิพัฒนา (สาย นน.011) อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 0+300) 10. ถนนเชิงลาดสะพานแม่น้ำยม (สาย พย.002) อำเภอปง จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 1+100) และ11. ถนนทางหลวงชนบทสาย พร.4012 แยก ทล.1154 – แก่งเสือเต้น อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ช่วง กม.ที่ 2+100 – 3+500)

สำหรับ 10 สายทาง ที่สัญจรผ่านได้(เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ อุบลราชธานี ตาก) ได้แก่ 1. ถนนทางหลวงชนบทสาย ชม.3018 แยก ทล.108 – บ้านกิ่วแลป่าเป้า อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ (ช่วง กม.ที่ 11+730 – 11+740) 2. ถนนทางหลวงชนบทสาย นน.3023 แยก ทล.101 – บ้านกอก อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน (ช่วง กม.ที่ 6+700 – 15+100) 3. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4010 แยก ทล.1021 – บ้านม่วงชุม อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 2+100 – 2+200)4. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4012 แยก ทล.1021 – บ้านจำบอน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 8+800 – 8+900) 5. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4032 แยก ทล.1093 – บ้านแกใหม่ อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 7+000 – 7+100)

6. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4033 แยก ทล.1293 – บ้านหนองบัวเงิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 5+500 – 5+700) 7. ถนนทางหลวงชนบทสาย พร.6040 บ้านน้ำพุสูง – บ้านแม่แรม อำเภอร้องกวาง, สอง จังหวัดแพร่ (ช่วง กม.ที่ 5+280 – 6+150) 8. ถนนเชิงลาดสะพานข้ามคลองธรรมชาติ (สาย พย.022) อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 0+950)

9. ถนนทางหลวงชนบทสาย อบ.4038 แยก ทล.2173 – บ้านพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร, สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี (ช่วง กม.ที่ 18+000 -18+200) และ10. ถนนทางหลวงชนบทสาย ตก.3050 ถนนพัฒนานครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ช่วง กม.ที่ 5+250 – 5+300)

อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน ทช. ยังได้เฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุดินสไลด์ หรือคอสะพานชำรุดบนถนนทางหลวงชนบท ทั้งนี้ ทช. จะรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ และขอความร่วมมือประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษและโปรดสังเกตป้ายเตือน โดยสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่แขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศหรือติดต่อสายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เ

‘คมนาคม’ขีดเส้น15 วันสรุปผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม

‘คมนาคม’แจงเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวง โครงการรถไฟทางคู่สาย 'เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ' พังถล่ม เบื้องต้นคาดเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำและสไลด์ตัว ย้ำไม่ใช่อุโมงค์ถล่มทั้งระบบ ยันไม่กระทบโครงสร้าง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คาดสรุปผลภายใน 15 วัน

คมนาคม ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เร่งแก้ปัญหา 'Pay to Fly' จ่ายเงินล้านแลกโอกาสบิน

คมนาคม เร่งแก้ปัญหา “Pay to Fly” เดินหน้าศึกษาแนวทางคุ้มครองนักบินไทย ยกระดับมาตรฐานการจ้างงาน สร้างความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมการบิน

‘สิริพงศ์‘สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี69กว่า 2.65 แสนล้าน ดันเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจ

‘สิริพงศ์’สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินกว่า 2.65 แสนล้าน พร้อมปรับแผนโยกงบกว่า 1.7พันล้านบาทดันโครงการพร้อมดำเนินการหวังกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

'ภัทรพงศ์'ปลื้ม2แอร์ไลน์ยุโรปบินตรงกระบี่ดันฮับท่องเที่ยวคุณภาพ

'ภัทรพงศ์' เดินหน้านโยบาย Airport for Regional Development สายการบินขอสล็อตบินตรงกระบี่จากฟินแลนด์และเดนมาร์ก รับฤดูหนาว 69/70ชี้ช่วยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรปเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้