
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เกาะติดแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีน พบเติบโตต่อเนื่อง ผู้ผลิตรายใหญ่เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ใส่ระบบอัจฉริยะในราคาย่อมเยา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค แนะไทยเกาะติด หาทางเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน
9 พ.ย.2568 – นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวสายพร ใบบริบาลกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้า ในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนปี 2025 และโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีน
โดยทูตพาณิชย์รายงานว่า ปี 2025 มีการคาดการณ์ว่ายอดขายรวมในประเทศและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle : NEV) ของจีน จะสูงถึง 16.5 ล้านคัน เติบโต 30% โดยในไตรมาสที่สองของปี 2024 รถพลังงานใหม่มีสัดส่วนการครองตลาดภายในประเทศถึง 55% และในครึ่งแรกของปี 2025 ผู้บริโภคที่เลือกใช้รถพลังงานใหม่มีสัดส่วนเกิน 60% ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นตลาดหลักของรถยนต์พลังงานใหม่
โดยในไตรมาสที่สองของปี 2025 จีนมีสัดส่วนตลาดถึง 63% ของยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก โดยมียี่ห้อชั้นนำ อาทิ BYD) ครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22% ตามมาด้วย Geely อยู่ที่ 10% ขณะที่ Tesla ยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนถึง 13% และส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 8% สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์จีนก้าวขึ้นมาเป็นบทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ จากข้อมูล พบว่า ในปี 2023 ผู้บริโภคที่ซื้อรถใหม่มากกว่า 50% เห็นว่าการซื้อรถไม่ได้เป็นเพียงซื้อครั้งแรกเพื่อทดลองอีกต่อไป แต่เป็นการอัปเกรดคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง และคาดว่าผู้บริโภคที่มีแนวคิดเช่นนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2030
สำหรับช่วงราคาของรถยนต์พลังงานใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่ที่ 100,000-150,000 หยวน (456,000-600,000 บาท) ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและการใช้งานจริง ทำให้ผู้ผลิตเร่งนำเทคโนโลยีจากรุ่นราคาสูงมาใส่ในรุ่นราคาย่อมเยามากขึ้น โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 250 ล้านคน และมีกำลังซื้อรวมกว่า 5.97 ล้านล้านหยวน (27.08 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ถึง 70% เห็นว่า แบตเตอรีสำหรับระยะทางขับขี่ 400–500 กิโลเมตร เพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน และมีเพียงส่วนน้อยที่ต้องการให้แบตเตอรีรองรับระยะขับขี่ 600 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสนใจต่อรูปแบบการขับขี่อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเพียง 5% ในกลางปี 2023 สู่ 12% ในกลางปี 2024ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงต้นปี 2025 บริษัทรถชั้นนำของจีน เช่น BYD, Changan และ Geely ได้ร่วมกันขับเคลื่อนกระแส “เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะเพื่อทุกคน” (Smart Driving for All) ทำให้ในปัจจุบันรถที่ติดตั้งระบบช่วยขับบนทางด่วนมีราคาไม่ถึง 100,000 หยวน (456,000 บาท) และรถที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ในเขตเมือง ราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 200,000 หยวน (912,000 บาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการเข้าถึงเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ
“ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนในปี 2025 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น BYD, Geely และ Changan ยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมหลายระดับราคา พร้อมนำเทคโนโลยีแบตเตอรีและระบบขับขี่อัจฉริยะมาใช้ในรถรถที่ราคาย่อมเยา ทำให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยข้อมูลช่วงราคาที่ได้รับความนิยมสะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญ
ต่อความคุ้มค่าและการใช้งานจริง โดยผู้ประกอบการไทยอาจใช้กลยุทธ์ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่มีอัตราการเติบโตสูง อาทิ การให้ความสำคัญต่อการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบด้านผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา การใช้เทคโนโลยีการผลิต เพื่อวางแผนส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม และอาจพิจารณาหาโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าจีนเพื่อขยายตลาดต่อไป” นางสาวสุนันทากล่าว
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ
ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์! ยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร
รัฐบาลยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เข้มทุนผิดกฎหมาย–ไม่กีดกันนักลงทุนสุจริต
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

