
‘บางกอกแอร์เวย์ส’ โชว์ไตรมาส 3/68 กำไรพุ่ง 55% แตะ 1,046 ล้าน เดินหน้าซื้อเครื่องใหม่เสริมฝูงบินรุ่น ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ หนุนแผนขยายเส้นทางบินเพิ่ม
14 พ.ย.2568-รายงานข่าวจากบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 55.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจการบินในประเทศและภูมิภาค โดยมีรายได้รวม 6,460 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้ค่าบัตรโดยสารเป็นหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทลดลงราว 7% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลงและค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินที่บริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ให้บริการผู้โดยสารรวม 1.04 ล้านคน มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Load Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ 76% ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางบินสู่เกาะสมุยซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท มีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สะท้อนความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 19,990 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 4,765 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 3,138 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.48 บาท โดยบริษัทฯ ให้บริการผู้โดยสารรวม 3.2 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยราว 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการชะลอตัวของยอดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sales) ในภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย ขณะที่ตลาดยุโรปยังคงเติบโตดี โดยเฉพาะ เยอรมนีและสหราชอาณาจักร ที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 15% และ 11% ตามลำดับ
อย่างไรตาม ในไตรมาสนี้ บางกอกแอร์เวย์สยังมีการดำเนินการสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและมาตรฐานการดำเนินงาน โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการ โอนสิทธิใบรองสนามบินสมุย ให้แก่ บริษัท กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อให้การบริหารจัดการสนามบินสมุยเป็นไปตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาธุรกิจสนามบินของกลุ่มในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ลงนามใน สัญญาสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ เพื่อทดแทนฝูงบินเดิมและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในเส้นทางภูมิภาค โดยมีกำหนดรับมอบเครื่องบินใหม่ 2 ลำในไตรมาส 4 ปี 2569 และอีก 8–10 ลำในช่วงปี 2570–2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและลดต้นทุนต่อเที่ยวบินจากการใช้เครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้จากเส้นทางบินที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ และเส้นทางระหว่างประเทศในภูมิภาคอินโดจีน รวมถึงการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การบริหารสนามบินและการให้บริการภาคพื้น เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วีรพัฒน์' ผุด MuslimGo ดันเที่ยวไทยเจาะตลาดมุสลิม
“วีรพัฒน์” เปิดตัว MuslimGo แพลตฟอร์มดิจิทัลท่องเที่ยวมุสลิม รวบรวมฮาลาล ที่พัก มัสยิด และแหล่งท่องเที่ยวไว้ในจุดเดียวผสาน AI Travel Planner ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล เชื่อมโยงเส้นทางกิน เที่ยว และเวลาละหมาดให้สะดวกยิ่งขึ้นมุ่งเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดมุสลิมทั่วโลก พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ

