ประกันสังคม ทุ่ม 850 ล้าน ดัน 'SSOCore' สู่ Web Application ยกระดับ 14 ระบบหลัก รองรับผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านราย

สำนักงานประกันสังคม เดินหน้ายุทธศาสตร์ Digital Government ทุ่มงบกว่า 850 ล้านบาท พลิกโฉมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลัก (Core System) ครั้งประวัติศาสตร์ ภายใต้ชื่อ ‘SSOCore’ ย้ายฐานข้อมูลมหึมา 30 ปี จาก Mainframe สู่ Web Application ตั้งเป้าลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ รองรับผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

1 ธ.ค. 2568 – นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 7 เขตบางบอน เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการทดสอบระบบ (System Testing) โครงการปรับเปลี่ยนระบบงานประกันสังคมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe เป็นระบบ Web Application ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับการให้บริการภาครัฐ โครงการนี้ถือเป็นการปฏิรูประบบงานที่สำคัญที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยกระดับบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล (Digital Government) โดยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่ระบบ Web Application บนฐานข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นสูง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนงาน และรองรับการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย

“เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับการให้บริการแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน ให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้สะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยการทดสอบระบบทุกขั้นตอนมีความสำคัญมาก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเปิดใช้งานจริง ผู้ใช้บริการจะได้รับบริการที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุด รองรับปริมาณข้อมูลและการใช้งานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต” เลขาธิการ สปส. กล่าว

นายแดน เหตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP ในฐานะผู้ดำเนินการพัฒนาระบบ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการ ‘SSOCore’ ว่า ภายใต้งบประมาณการลงทุนตลอดโครงการกว่า 850 ล้านบาทนี้ ถือเป็นความท้าทายในการพัฒนาระบบสารสนเทศ ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้ประกันตนที่มีอยู่ในระบบกว่า 20 ล้านคน ในปัจจุบันและพร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต

โดยการปรับเปลี่ยนจากระบบ Mainframe เดิม มาเป็น Web Application ครั้งนี้ ครอบคลุมการปรับปรุงระบบงานสำคัญถึง 14 ระบบ ได้แก่ 1.ระบบทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน 2.ระบบเงินสมทบ 3.ระบบประโยชน์ทดแทน 4.ระบบบัญชีกองทุนประกันสังคม 5.ระบบการเงินกองทุนประกันสังคม 6.ระบบบริการทางการแพทย์ 7.ระบบสนับสนุนการทำแผนที่ข้อมูล 8.ระบบตรวจสอบ 9.ระบบนิติการ 10.ระบบปฏิบัติการมาตรา 40 11.ระบบเร่งรัดหนี้เงินสมทบค้างชำระ 12.ระบบติดตามสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ 13.ระบบเชื่อมโยงบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับหน่วยงานภายนอก 14.ระบบเชื่อมโยงสนับสนุนโครงการ e-Self Service โครงการ Big data และโครงการพัฒนาระบบ ERP

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ทีมพัฒนาระบบได้ส่งมอบงานแล้ว และจะพร้อมเริ่มการใช้งานจริงทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบด้านความเสถียรและความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการให้บริการเต็มรูปแบบ รองรับการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจดาวรุ่งปี 2569 เทรนด์ดิจิทัล-ไลฟ์สไตล์-สุขภาพ มาแรง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังมีแรงส่งจากธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พร้อมจัดอันดับ 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งรวม 10 ประเภทเทรนด์ดิจิทัล-ไลฟ์สไตล์-สุขภาพ มาแรง

สำนักงานประกันสังคมแจ้งเตือนนายจ้าง ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี 2569 และรายงานค่าจ้างปี 2568 ภายในกำหนด

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเตือนนายจ้างทุกแห่งให้ดำเนินการ ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ประจำปี 2569 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกจ้างในการได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน

สำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ช่วยเหลือลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานในไซต์ก่อสร้างจังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดอุบัติเหตุโครงนั่งร้านบริเวณชั้น 3 ภายในไซต์งานก่อสร้างของบริษัท ไทย-ฮอง เทคโนโลยี จำกัด ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ