เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมเพิ่มระบายน้ำ รับฝนหนัก เตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเฝ้าระวังระดับน้ำสูงขึ้น

ชลประทานแจ้งเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 6-9 ส.ค. หลังน้ำเหนือไหลลงต่อเนื่อง คาดเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 500-700 ลบ.ม./วินาที ส่งผลระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นราว 1-1.50 เมตร แต่ยังอยู่ในลำน้ำ พร้อมขอประชาชนริมฝั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

6 สิงหาคม 2569 - ที่จังหวัดชัยนาท นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2/2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

หนังสือแจ้งว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ช่วงวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้

จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จากปริมาณฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ ได้ 890 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.12 เมตร (รทก.) ขณะที่ปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำนักงานชลประทานที่ 12 ระบุว่า จะบริหารจัดการน้ำโดยรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้เกิน +16.50 เมตร (รทก.) และคาดว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ 500-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 1-1.50 เมตร อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในตลิ่งลำน้ำ

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นจนทำให้ต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบต่อไป

พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือให้ทั้ง 7 จังหวัดประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

7 จว.ลุ่มเจ้าพระยารับมือ! เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ หลังน้ำเหนือหลาก ส่งผลท้ายเขื่อนสูงขึ้น

ฝนที่ตกทางพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง   

น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลดต่อเนื่องแต่ยังท่วมสูง ชาวบ้านหาปลาไม่ได้ น้ำไหลแรงเน่าเสีย

น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังท่วมสูง ชาวบ้าน อ.สรรพยา หาปลาไม่ได้ เพราะน้ำไหลแรงและเน่าเสีย จึงเปลี่ยนเรือหาปลา เป็นเรือรับจ้าง รับส่งคนในหมู่บ้านแทน เพื่อหารายได้ช่วงที่น้ำยังท่วมสูง   

แตกแล้ว! คันดินบางหลวง น้ำทะลักท่วมชัยนาท แหล่งแชมพูสมุนไพรจม

เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำแตะ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คันดินบ้านท่าท่าน ต.บางหลวง แตกยาวกว่า 10 เมตร น้ำไหลหลากเข้าท่วม 2 หมู่บ้าน รวมถึงแหล่งผลิตแชมพูสมุนไพรชื่

เจ้าพระยาล้นตลิ่ง! ท่วมหน้าจวนผู้ว่าฯชัยนาท ร้านอาหารริมน้ำอ่วม

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชัยนาทขยายวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 3,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ชัยนาท ระทึกกลางดึก คันกั้นน้ำพังหลายจุด ทะลักท่วมหมู่บ้าน หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำเป็น2,700 ลบ.ม./วินาที ทำน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นกว่า 37 เซนติเมตร พัดคันกระสอบทรายพังหลายจุด กระแสน้ำแรงทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านกลางดึก ชาวบ้านเก็บของหนีน้ำจ้าละหวั่น

ฝนตกตอนบนอีกระลอก เขื่อนเจ้าพระยาหน่วงน้ำเหนือเขื่อน ลดผลกระทบด้านท้าย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา  ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น