กพท.ติดตามสถานการณ์ชายแดน 'ไทย-กัมพูชา' ย้ำเที่ยวบินให้บริการปกติ

กพท.ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ยืนยันเที่ยวบินต่างๆ ยังให้บริการได้ตามปกติ ประสานหน่วยงานความมั่นคง-บวท.กำหนดพื้นที่หลีกเลี่ยงเส้นทางบินที่มีความขัดแย้ง พร้อมวางมาตรการบริหารห้วงอากาศเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

8 ธ.ค.2568-รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะในบางพื้นที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้นในระยะนี้ โดย CAAT ได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศของประเทศ โดยขณะนี้ได้มีการประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการกำหนดพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง (Conflict Zone) เพื่อแจ้งแก่ผู้ทำการบิน ทั้งสายการบินพาณิชย์และผู้ทำการบินทั่วไป ให้รับทราบและวางแผนเส้นทางการบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ CAAT ได้ประสานบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)ซึ่งเป็นผู้ให้บริการการจราจรทางอากาศ ให้จัดระบบการเฝ้าติดตามและบริหารจัดการห้วงอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศยานทุกลำจะไม่เข้าสู่บริเวณที่อาจเกิดความไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติการบินให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยสูงสุด และจากการบริหารจัดการห้วงอากาศร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้การเดินอากาศทั้งในประเทศและระหว่างประเทศของไทยยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เส้นทางบินเข้า–ออกประเทศไทยยังคงให้บริการได้ครบทุกเส้นทาง โดยไม่มีการปิดน่านฟ้าหรือจำกัดการปฏิบัติการบินในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ CAAT ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางในช่วงนี้ ติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีการปรับเปลี่ยนตารางบินอันเนื่องมาจากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงเพิ่มเติม สายการบินจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีเกิดความขัดข้อง เช่น การเลื่อนหรือเปลี่ยนเที่ยวบิน ขอให้ผู้โดยสารติดต่อสายการบินโดยตรงเพื่อรับทราบมาตรการเยียวยาหรือทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการของสายการบิน ผู้โดยสารสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมายัง CAAT ผ่านช่องทาง compliant.caat.or.thCAAT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินอากาศของประเทศยังคงปลอดภัย มีมาตรฐาน และดำเนินการได้อย่างราบรื่นในทุกสภาวการณ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทภ.2 แจงทหารเขมรแค่มาเคารพ 'หลวงตาเยื้อน' ไม่ได้กดดันฝ่ายไทยสร้างถนนชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีปรากฏคลิปภาพทหารกัมพูชาเข้ามาพบ พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบริเวณแนวชายแดน

เปิดแผนทหารเขมร ส่งชุดจรยุทธ์รุกเงียบตั้งฐานล้ำแดนไทย เตือนกองทัพไม่จับ-ไม่ยิง เสียแผ่นดินแน่

นายกรกต เกตุแก้ว อดีตนักรบเดนตายหลายสมรภูมิ ร้อย ทพ.จู่โจม 911 ค่ายปักธงชัย และนักเขียนวีรกรรมทหารพราน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เขมรแอบเข้ามาเกาะติดฐานทหารไทยจะแก้ยังไง”

กองทัพภาค 2 เปิดภาพ 'ลุงโยชน์' หลังถูกกัมพูชาจับกุม คุมขังเรือนจำอุดรมีชัย

กองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งไทม์ไลน์การหายตัวไปของ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ราษฎรบ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

กองทัพภาค 2 ยันไม่ห้ามชาวบ้านหาของป่าใกล้แนวชายแดน ขอให้แจ้งจนท.ก่อนเข้า-ออกทุกครั้งเพื่อดูแลได้ทั่วถึง

ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ลั่นกองทัพยืนหยัดป้องอธิปไตย ไม่เสียแม้ ตารางนิ้วเดียว ย้ำทหารตรึงกำลังเข้ม ชาวบ้านสามารถเข้าป่าทำกินได้ ทหาร ตร. ปกครอง พร้อมดูแลเต็มพื้นที่ ขอประชาชนแจ้งก่อน เข้า-ออก ป่าเพื่อ ให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่